movies-series 2015

movies

ปีนี้ดูหนังโรงเยอะกว่าปีที่แล้วถึง 2 เท่า คิดว่าเป็นเพราะมีเพื่อนที่ไปร่วมดูหนังพร้อมกันมากขึ้น บางเรื่องเราไม่ได้อยากดูมากนัก แต่เพื่อนอยากดู พอไปดูด้วยกันก็พบว่าเป็นหนังที่ดีมากๆ หลายเรื่อง 🙂 หนังที่เราดูตลอดปี 2015 มีรายชื่อดังต่อไปนี้ (เรียงลำดับตามเวลาการดูก่อนหลัง)

หนังโรง

ลำดับ ชื่อ เกรด
1 The Circle (2014, Stefan Haupt) B+
2 Foxcatcher B
3 The Tale of Princess Kaguya B+
4 PK (2014, Rajkumar Hirani) A
5 Ida B+
6 Maps to the Stars B
7 The Imitation Game A
8 เพลงของข้าว B
9 Life Itself A
10 The Light Shines Only There B+
11 The Theory of Everything B
12 About the Pink Sky B+
13 The World of Kanako B
14 The Riot Club B+
15 No Impact Man: The Documentary B+
16 Just Eat It: A Food Waste Story B
17 Insurgent B
18 X+Y (2014) A
19 Citizenfour B+
20 Little Forest: Summer & Autumn B+
21 When Marnie was There B
22 The Age of Adaline B
23 Parasyte: Part 1 B+
24 Mad Max: Fury Road B+
25 Song of the Sea B+
26 La Famille Belier B+
27 A Matter of Taste: Serving Up Paul Liebrandt B+
28 Man with a Movie Camera C
29 Little Forest : Winter & Spring B+
30 It Follows B+
31 Love & Mercy A
32 The Wolfpack B
33 Danny Collins B+
34 Inside Out A
35 Our Little Sister (Umimachi Diary) A
36 Parasyte: Part 2 B
37 Amy B+
38 ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ B+
39 The Case of Hana & Alice A
40 Maze Runner 2 C+
41 The Tribe B+
42 Pawn Sacrifice B
43 The Martian B+
44 The New Rijksmuseum B+
45 Sicario B+
46 The Little Prince A
47 The Intern B+
48 Man on Wire B
49 TAG: อวสาน…โมเอะ B
50 Snap B
51 Life (2015, Anton Corbijn) C+
52 The Lobster B+
53 The Hunger Games: Mockingjay – Part 2 B
54 The Good Dinosaur A
55 Knock Knock B
56 คีตราชนิพนธ์ B+
57 In the Heart of the Sea B+
58 รุ่นพี่ B+
59 Star Wars: The Force Awakens B+
60 Irrational Man B+

หนังแผ่น

ลำดับ ชื่อ เกรด
1 Documentary of AKB48 – The Time has Come B
2 Love’s Whirlpool B+
3 That Demon Within B
4 Barfi! A
5 Birdman A
6 3 Idiots A
7 Chef B+
8 Bread of Happiness B
9 Predestination A
10 Wood Job! A
11 Kingsman: The Secret Service B+
12 Ex Machina B+
13 My Pretend Girlfriend B
14 Focus B+
15 Ototo A
16 Utatama ♪ A
17 Dearest B+
18 Skyfall B
19 The Holiday B+
20 เมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อ B+

series

สำหรับซีรีส์ ขอแบ่งเป็น อนิเมะ กับ คนแสดง เอาเท่าที่ดูจบ เพราะมีหลายเรื่องที่ยังดองไว้อยู่ เลยยังตัดสินไม่ได้ว่าดีรึเปล่า อนิเมะนี่ถือว่าพีคมาก มีเรื่องที่ได้ A+ ตั้ง 3 เรื่อง

anime

ลำดับ ชื่อ เกรด
1 Steins;Gate The Movie A
2 Chihayafuru (season 1-2) A+
3 Saenai Heroin no Sodatekata B
4 Shigatsu wa Kimi no Uso A+
5 Knights of Sidonia (season 1-2) B+
6 Shirobako A+
7 One Punch Man A

ส่วนซีรีส์คนแสดง ส่วนใหญ่ดูซีรีส์ญี่ปุ่น ซึ่งดูไม่จบค้างไว้หลายเรื่อง ปีนี้มีละครไทยที่ดู 2 เรื่อง (รัตนาวดี กับ ฮอร์โมน ซีซัน 3) ซึ่งก็ดูไม่จบเช่นกัน ปีหน้าคงจะได้ดูหลายเรื่อง เพราะสมัคร iflix ไว้ตั้ง 2 ปี

series (คนแสดง)

ลำดับ ชื่อ เกรด
1 Wayward Pines B+
2 Newsroom Season 2 A
3 Dr. Rintaro A
4 Mr.Robot A+

หวังว่าปีหน้าคงจะมีอะไรดีๆ ให้ดูกันอีกนะ ^^

Advertisements

chihayafuru

Chihayafuru

เพิ่งดูอนิเมะเรื่อง Chihayafuru ทั้ง 2 ซีซั่นจบไป (รวมทั้งหมด 50 ตอน) นับได้ว่าเป็นอนิเมะที่ดีมากๆ ในใจเราเรื่องหนึ่งทีเดียว อนิเมะเรื่องนี้สร้างจากหนังสือการ์ตูนที่แต่งโดย Yuki Suetsugu (ลิขสิทธิ์ในไทย ฉบับหนังสือการ์ตูนเป็นของ สนพ.บงกช และฉบับอนิเมชั่นเป็นของ ROSE) เป็นการ์ตูนผู้หญิง ว่าด้วยสาวน้อยม.ปลายคนหนึ่งซึ่งชื่นชอบกีฬา “ไพ่คารุตะ” เป็นชีวิตจิตใจ

ปกติ การ์ตูนแนวกีฬามักจะเป็นการ์ตูนผู้ชาย เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นการ์ตูนกีฬาเรื่องแรกที่เราเคยดูที่เป็นการ์ตูนผู้หญิง สำหรับเราถือว่าเป็นการ์ตูนกีฬาที่เจ๋งมากๆ นับตั้งแต่เรื่องล่าสุดที่เราดูคือ Yowamushi Pedal โอตาคุน่องเหล็ก ฉบับหนังสือการ์ตูนและอนิเมะเรื่อง Ping Pong The Animation

นอกเหนือจากความเร่าร้อนของการแข่งขันกีฬา และการเผชิญคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจที่แต่ละคนก็มีมิติที่น่าสนใจ ความเด่นที่เพิ่มเข้ามาสำหรับเรื่องนี้ตามสไตล์การ์ตูนผู้หญิงที่ดี คือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร ทั้งเพื่อนร่วมทีมและความรักระหว่างหนุ่มสาว การกระจายบทบาทน้ำหนักของแต่ละตัวละคร ถือว่าเรื่องนี้ทำได้ดีมาก มีตอนที่ทำให้เรารู้สึกซึ้งจนน้ำตาไหลหลายครั้ง อาจเป็นข้อดีของฉบับอนิเมะที่สามารถใส่ดนตรีประกอบเข้ามา รวมไปถึงได้ยินการอ่านกลอนไพ่คารุตะ ทำให้เพิ่มความอินเข้ามาอีกเยอะเลยทีเดียว

ต้องชื่นชมคนแต่งเรื่องด้วยนะ ที่สามารถทำให้กีฬาไพ่คารุตะซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่น่าสนใจในสายตาคนทั่วไป ออกมาเป็นการ์ตูนได้สนุกขนาดนี้

หวังว่าคงจะได้ดูซีซั่น 3 ต่อไปนะ ระหว่างนี้คงจะไปหาฉบับหนังสือการ์ตูนมาอ่านก่อน น่าจะดีงามเหมือนกัน แถมปกสวยด้วย (ขอบ่นเล็กน้อย ฉบับไทยเพิ่งถึงเล่ม 10 ฉบับญี่ปุ่นไปเล่ม 26 แล้ว ทำไมมันห่างกันแบบนี้)

movies 2014

ปีนี้ดูหนังโรงมากกว่าปีที่แล้ว แต่ดูหนังแผ่นน้อยกว่าแฮะ (เรียงลำดับตามเวลาการดูก่อนหลัง)

หนังโรง

ลำดับ ชื่อ เกรด
1 The Secret Life of Walter Mitty   B+
2 The Wolf of Wall Street   B
3 Her   B
4 Will You Still Love Me Tomorrow?   B
5 Design & Thinking   B
6 Google & The World Brain   B
7 Urbanized   B+
8 American Dreams In China   A
9 The Lunchbox   B+
10 The Railway Man   B
11 Enemy   B+
12 X-Men: Days of Future Past   B+
13 Edge of Tomorrow   B+
14 Maleficent   B
15 The Wind Rises   B
16 Begin Again   A
17 ฝากไว้..ในกายเธอ   B
18 Third Person   B+
19 Boyhood   B+
20 ตุ๊กแกรักแป้งมาก   A
21 Lucy   B+
22 God Help the Girl   B+
23 Gone Girl   B
24 Whiplash   A
25 Interstellar   B+
26 The Master (2014)   A
27 Magic in the Moonlight   A
28 Sur Real เกมส์พลิก โชคชะตาเล่นตลก รักตาลปัตร   B
29 Saint Laurent   B
30 Finding Vivian Maier   B
31 Stand by Me Doraemon   A

หนังแผ่น

ลำดับ ชื่อ เกรด
1 A Story of Yonosuke   B+
2 Moteki (2011)   B
3 ประชาธิป’ไทย Paradoxocracy   B+
4 Halfway (2009)   A
5 I Have To Buy New Shoes   B
6 Hidamari no Kanojo   B+
7 Tokyo Family   B
8 City Lights   B
9 Groundhog Day   B+
10 What the Snow Brings   B
11 The Kingdom of Dreams and Madness   B+
12 HImizu (2011)   B
13 The Little House (Chiisai Ouchi)   A
14 Solanin   B+
15 A Muse (Eun Gyo)   C+
16 The Story of a Small Town   A+
17 Eat Drink Man Woman   A
18 So Young   B

ป.ล. ลืมจดซีรีส์กับอนิเมะที่ดูไว้อีกแล้ว เท่าที่ประทับใจมากๆ ที่นึกได้คือซีรีส์ฝรั่ง the newsroom ดูไป 2 ซีซั่นแล้ว ติดหนึบเลย ซีรีส์ญี่ปุ่น shinya shokudo (ภัตตาคารเที่ยงคืน) ก็ดีงามมาก ออกมา 3 ซีซั่นละ แต่เรายังดูไม่จบ ค่อยๆ ดูตอนกินข้าว 555 มินิซีรีส์ญี่ปุ่น pan to soup to neko biyori (ขนมปัง กับซุป และอากาศวันแมว) ก็ถือว่าอบอุ่น เรียบง่าย เข้าทางเรามาก ส่วนซีรีส์อนิเมะดูน้อยมาก ที่ชอบที่สุดก็คือ ping pong the animation งานของมหาเทพ masaaki yuasa ปีนี้คงต้องจดสองประเภทนี้เอาไว้ด้วย ใครสนใจเรื่องไหนก็ถามมาได้นะ เดี๋ยวจะบอกแหล่งหาดูให้ 🙂

ping pong the animation

pingpong-the-animation

masaaki yuasa ยังคงเป็นผู้กำกับอนิเมะในดวงใจเราอยู่เสมอ หลังจากห่างหายกับงานเรื่องยาวชิ้นก่อนหน้าของแก the tatami galaxy ก็มีอนิเมะสั้น kick-heart ที่ไประดมทุนใน kickstarter ให้ดูแก้คิดถึงเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้แกกลับมาอีกครั้งกับการเอาการ์ตูนดังของอาจารย์ taiyou matsumoto มาทำเป็นอนิเมะ (เรื่องนี้เคยดัดแปลงเป็นหนังคนแสดง ชื่อ “pingpong ตบสนั่นวันหัวใจไม่ยอมแพ้” สนุกใช้ได้เลยทีเดียว) ผลลัพธ์คือ กลายเป็นอนิเมะชิ้นที่เราประทับใจมากที่สุดในปีนี้เลยทีเดียว ไม่เสียแรงที่เป็นแฟนคลับ 🙂

ใครที่เคยดูการ์ตูนกีฬา ลองนึกดูว่าเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ของการ์ตูนสายนี้จะมุ่งเน้นไปที่การแพ้ชนะเกมกีฬาของตัวเอก แต่เรื่องนี้มันขยายขอบเขตให้เรามองเห็นสิ่งที่อยู่ในจิตใจของตัวละครอื่นๆ ที่อยู่รายล้อมตัวเอกด้วย ตรงนี้ทำให้เรารู้สึกชอบการ์ตูนกีฬาลักษณะนี้มากๆ (การ์ตูนกีฬาอีกเรื่องที่ให้บทบาทตัวละครแวดล้อมอื่นๆ ได้ดีคือ โอตาคุ น่องเหล็ก) เวลาเราดูทำให้เรารู้สึกว่า ตัวละครแต่ละตัวมันมีเรื่องราวที่น่าสนใจทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ตัวละครที่เป็นนักกีฬามีพรสวรรค์แต่ประมาทเกินไปจนต้องรับบทเรียนที่เจ็บปวด ตัวละครที่ไม่ได้เล่นปิงปองเพื่อเรื่องแพ้ชนะแต่เล่นปิงปองเพื่อตามหา “ฮีโร่” ตัวละครที่เป็นนักกีฬาจากจีนซึ่งหลุดจากตัวทีมชาติและต้องการพิสูจน์ตนเองอีกครั้ง ตัวละครที่มีความพยายามแต่กลับไม่มีพรสวรรค์ ตัวละครที่อยู่บนจุดสูงสุดซึ่งต้องแบกรับความกดดันต่างๆ มากมาย…

สิ่งหนึ่งที่ yuasa ทำได้ดีตลอดมาคือเรื่องการใช้ดนตรีประกอบ การใช้เพลงประกอบเพื่อเร่งเร้าความตื่นเต้นในการแข่งขัน หรือใช้เพลงประกอบเพื่อให้เราอินไปกับความคิดของตัวละครต่างๆ เรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมาก ปกติ yuasa จะมีสไตล์การทำอนิเมะที่ค่อนข้างฉูดฉาด (เนื้อเรื่องก็ติสต์ใช้ได้) เมื่อมาจับคู่กับเรื่องที่มีบทดีอยู่แล้ว ทำให้ ping pong the animation เป็นผลงานที่มีส่วนผสมที่ลงตัวมาก คือมีเนื้อเรื่องดีที่คนในระดับวงกว้างน่าจะเข้าถึงได้ และมีความสร้างสรรค์ในเรื่องลายเส้นกับการนำเสนอที่แตกต่างจากอนิเมะเรื่องอื่นที่ฉายกันทั่วไป (บางคนอาจว่าแกลายเส้นห่วยไม่สวย แต่เรารู้สึกว่ามันเป็นเอกลักษณ์ดี และคิดว่ามันเป็นลายเส้นที่เกิดจากความตั้งใจให้เป็นแบบนี้)

อีกเรื่องที่น่าดีใจคือ ในที่สุดงานของ yuasa ก็มีลิขสิทธิ์ในไทยซะที เราเองก็ดูจาก dexchannel หวังว่างานของแกจะได้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างในไทยบ้างนะ ^^

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 2557

national-book-fair-2014-1

ปีนี้ไปงานสัปดาห์หนังสือเกือบวันสุดท้าย คนแน่นมากขึ้นทุกปี แต่เราก็ยังมีเหตุจูงใจให้ไปงานหนังสืออยู่ ทั้งการเปิดโอกาสตัวเองให้ได้เจอกับหนังสือแปลกใหม่ที่ไม่ค่อยได้เห็น ได้ไปสัมผัสบรรยากาศที่คนทำ คนขาย คนอ่านหนังสือมาพบปะกัน ที่สำคัญงานสัปดาห์หนังสือในช่วงหลังนี้ ก็จะมีนิทรรศการดีๆ ให้เราได้ชมกันด้วย ปีนี้ก็มี 2 งานที่ดีมากคือ “ข้าพเจ้าได้เห็นมา โลกนิยายของศรีบูรพา” และ “โลกคือนิยาย” ศรีบูรพาเป็นนักเขียนในดวงใจเราอยู่แล้วพอมีนิทรรศการที่เกี่ยวกับแกก็น่าสนใจสำหรับเรา ส่วนโลกคือนิยายก็พาผู้ชมไปสัมผัสกับนิยายไทยที่โดดเด่น โดยหยิบเอาวรรคทองในแต่ละเรื่อง พร้อมกับคำบรรยายว่านิยายที่เลือกมามีความดีงามอย่างไร ที่เราชอบคือมีความหลากหลายของนิยายที่เลือกมา โดยเฉพาะเอานิยายสมัยใหม่มาด้วย ถือว่าเป็นการเข้าหาเด็กยุคปัจจุบันมากขึ้น ขอชมเชยเลยทีเดียว ตอนแรกว่าจะซื้อแค่เล่มสองเล่ม แต่เดินไปเดินมาก็เจอหนังสือที่น่าสนใจมากมาย และคิดว่าเรายืมจาก TK park มาจนเกินคุ้ม ช่วยสนับสนุนซื้อหนังสือบ้างดีกว่า สุดท้ายก็ซัดไปสิบกว่าเล่ม 🙂 รายการหนังสือที่ซื้อมา

  • AMACHU! สาวน้อย ฟ้าใส กับโลกสีครามใบใหญ่ เล่ม 4 : Kozue Amano : BONGKOCH COMICS > เป็นแฟนอาจารย์คนนี้อยู่แล้ว ไม่พลาด
  • เอ็มม่า ลำนำรักข้ามวรรณะ เล่ม 9 : Kaoru Mori : TKO COMICS > เป็นแฟนอาจารย์คนนี้ด้วยเช่นกัน ดองเล่ม 9 ซึ่งเป็นเล่มสุดท้ายมานานมากกกก
  • สูจิบัตร นิทรรศการ “ข้าพเจ้าได้เห็นมา โลกนิยายของศรีบูรพา” และ “โลกคือนิยาย” > นิทรรศการทำได้ดี ซื้อมาเป็นที่ระลึก
  • สนิทใจ Intimacy : OSHO : FreeMind PUBLISHING > สะสมซีรีส์นี้ของ OSHO ทีละเล่ม เริ่มจาก “เมตตาอาทร” ที่อ่านแล้วชอบ เล่มนี้เป็นเล่มที่สอง ยังเหลืออีกหลายเล่มให้ตามอ่าน
  • บรรยง พงษ์พานิช คิด : บรรยง พงษ์พานิช : open worlds > อ่าน “บรรยง พงษ์พานิช เขียน” แล้วชอบแนวคิดแก เลยเอาอีกเล่มมาอ่าน
  • ศิลปะการฟังอย่างลึกซึ้ง : ภินท์ ภารดาม : สวนเงินมีมา > ทักษะการฟัง เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ควรเรียนรู้ฝึกตนเองไว้
  • ง่ายๆ สไตล์คนเมือง ดูแลตังเองจากเช้าจรดค่ำตามวิถีธรรมชาติ : นงลักษณ์ สุขใจเจริญกิจ เขียนและเรียบเรียง, เพียงพร ลาภคล้อยมา เรื่อง : สวนเงินมีมา > เราเป็นคนเมือง ก็ต้องดูแลตัวเองกันหน่อย
  • หยดน้ำในกองไฟ : นิ้วกลม : the 101% > ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือของนิ้วกลมเท่าไหร่ เล่มล่าสุดที่อ่านคือ “ความฝันที่มั่นสุดท้าย” แต่ช่วงหลังได้อ่านคอลัมน์ที่แกกลับมาเขียนใหม่ในมติชนสุดสัปดาห์ เลยคิดว่าเล่มนี้น่าจะโอเค
  • เธอ เขา เรา และร้านหนังสือ : สุพัตรา : แพรวสำนักพิมพ์ > เคยอ่าน “เรื่องเล่าร้านหนังสือ” ที่แกเขียนแล้วชอบ เล่มนี้เลยไม่น่าผิดหวังสำหรับผู้รักหนังสือและร้านหนังสือ
  • Eyes on China มองจีนหลากมิติ : รศ.ดร. อักษรศรี (อติสุธาโภชน์) พานิชสาส์น, อ. อาร์ม ตั้งนิรันดร : กรุงเทพธุรกิจ > ชอบอ่านคอลัมน์มองจีนของ อ. อาร์ม ในกรุงเทพฯ ธุรกิจอยู่แล้ว และรู้สึกว่าเราจะเข้าใจจีนไม่ค่อยมากนัก โดยเฉพาะจีนยุคใหม่ เลยอยากรู้เพิ่มเติม

คิดว่าหนังสือที่ซื้อมาในชุดนี้ไม่น่าโดนดอง คงอ่านจบอย่างรวดเร็ว 😀

national-book-fair-2014-2

movies 2013

รายการหนังโรงและหนังแผ่นที่ดูมาในรอบปี 2013 พร้อมเกรด เรียงตามลำดับเวลาการดู

หนังโรง

ลำดับ

ชื่อ

เกรด

1

Wreck-It Ralph

B+

2

Zero Dark Thirty

B+

3

The Last Tycoon

B+

4

Les Misérables

B

5

Silver Linings Playbook

B+

6

Chronicle of My Mother

A+

7

Stoker

B

8

The Grandmaster

A

9

Amour

B

10

คู่กรรม

B+

11

พี่มาก..พระโขนง

B+

12

Polisse

B+

13

Iron Man 3

B+

14

The Great Gatsby (2013)

B+

15

Monsters University

A

16

Evangelion: 3.0 You Can (Not) Redo

A

17

THE MORTAL INSTRUMENT : CITY OF BONES

C+

18

ตั้งวง

A

19

Kick-Ass 2

B+

20

Rush

B+

21

Gravity

A

22

Prisoners

A

23

About Time

A+

24

Blue Jasmine

B+

25

Oshin (2013)

B

26

The Hunger Games: Catching Fire

B+

27

Like Father, Like Son

A+

หนังแผ่น

ลำดับ

ชื่อ

เกรด

1

Still Walking

A

2

The Stool Pigeon

A

3

THE GRADUATED

B+

4

JANE EYRE

B+

5

Samsara (2011)

B+

6

A Letter to Momo

A

7

DOCUMENTARY of AKB48 : to be continued

B+

8

DOCUMENTARY of AKB48 : Show must go on

A+

9

Cold War

B+

10

Flight (2012)

B+

11

High Fidelity

A

12

Ruby sparks

B+

13

Tai Chi Zero

B

14

Tai Chi Hero

B+

15

The Magic Hour (ザ・マジックアワー)

B+

16

ยอดมนุษย์เงินเดือน

A

17

Django Unchained

A+

18

DOCUMENTARY of AKB48 : No Flower Without Rain

A

19

The Garden of Words

A

20

Liar Liar

B

21

The Great Passage

A+

22

The Croods

A

23

Trance

B

24

A Late Quartet

B+

25

Oz the Great and Powerful

B

26

The Silent War

B

27

Journey to the West: Conquering the Demons

B

28

The Kirishima Thing

B

ป.ล. ซีรีส์ทั้งแบบที่คนแสดงและอนิเมชั่นไม่ได้จดไว้เหมือนเดิม แต่จำไว้ในความทรงจำได้ว่า ซีรีส์อนิเมะที่ชอบที่สุดที่ได้ดูปีนี้คือ Steins;Gate (จริงๆ ฉายมานานแล้วแต่เพิ่งได้ดู) และซีรีส์ที่คนแสดงที่ชอบที่สุดคือ Legal High (ดูจบซีซั่นแรกและตอนพิเศษแล้ว กำลังดูซีซั่น 2 อยู่)

usagi drop

usagi-drop

ในที่สุดก็ดูอนิเมะเรื่องเยี่ยมประจำซีซั่นที่แล้วจบซะที สำหรับอนิเมะ 11 ตอน เรื่อง usagi drop ผลงานที่สร้างมาจากหนังสือการ์ตูนชื่อเดียวกัน เรื่องราวของ “ไดคิจิ” หนุ่มโสดวัยกลางคนกับการตัดสินใจรับเลี้ยงดู “ริน” ลูกสาวนอกสมรสของคุณปู่ที่เพิ่งเสียชีวิต

ดูแล้วอบอุ่นหัวใจดี แม้พระเอกของเราจะหน้าตาไม่หล่อ โสด แถมชีวิตก็ย่างเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว แต่หัวใจแกกลับหล่อมาก แกตัดสินใจรับเลี้ยงเด็กสาวที่เป็นลูกนอกสมรสของคุณปู่ เนื่องจากญาติพี่น้องต่างเกี่ยงหน้าที่กันในการดูแลเด็กคนนี้ ในอนิเมะหยิบเอาเฉพาะเนื้อเรื่องช่วงแรกของหนังสือการ์ตูนมาสร้าง (ในหนังสือการ์ตูนช่วงหลังจะเริ่มดราม่าแล้ว) ทำให้เราดูอนิเมะเรื่องนี้อย่างฟีลกู๊ด สบายใจ

อนิเมะเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมครอบครัว การเลี้ยงดูเด็กเล็กในสังคมญี่ปุ่น เห็นความยากลำบากของพ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงดูลูกในครอบครัวเดี่ยวสมัยใหม่ ในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความรักความสัมพันธ์ของไดคิจิและริน ที่แม้จะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันเป็นพ่อลูกกันจริงๆ แต่ก็แสดงออกต่อกันอย่างน่ารักน่าชัง

สิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างของเรื่องนี้คือ เรื่องภาพ บางช่วงของฉากจะเป็นภาพสีน้ำ มันให้ภาพที่อบอุ่นเข้ากับบรรยากาศของเรื่องดี เพลงประกอบ เพลงเปิดเรื่องและปิดเรื่องก็เพราะ

โดยรวมเป็นอนิเมะที่เราชอบมากในปีนี้ แม้พล็อตเรื่องจะมาทางดราม่าได้ แต่ฉบับอนิเมะก็ทำให้ไม่ฟูมฟายเร้าอารมณ์จนเกินไป อยากดูเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูนภาษาไทยจังแฮะ อ้อ เวอร์ชั่นภาพยนต์คนแสดงก็น่าดู (แต่พระเอกหล่อกว่าในการ์ตูนเยอะ) ไม่รู้จะเข้าเมืองไทยรึเปล่าเนี่ย 🙂