เสียงดนตรีกับการวิ่ง

lumpini-park-library

วันนี้ออกไปวิ่งที่สวนลุมพินีตั้งแต่ตอนบ่ายสาม ไปถึงก็แวะอ่านหนังสือที่ห้องสมุดประชาชนของสวนลุมฯ คนนั่งอ่านหนังสือกันเต็มไปหมดเลย เห็นแล้วรู้สึกชื่นใจแทนผู้เกี่ยวข้อง🙂 รอจนห้องสมุดปิดตอนห้าโมงเย็นค่อยออกมาวิ่ง

คราวนี้กะจะวิ่งซัก 5 รอบใหญ่ ระยะทางประมาณ 12 km ปกติระหว่างวิ่งเราก็จะฟังเพลงไปด้วย วันนี้เลือกเพลงของเจ๊ Misia อัลบั้ม Kiss in the Sky หลังจากไม่ได้เพลงของแกมานานแล้ว เสียงเพลงยังคงมีพลังให้ฮึกเหิมดี

ระหว่างที่วิ่งไปจนถึงรอบที่ 2 กว่าๆ เราก็เริ่มเหนื่อยซะแล้ว พูดถึงการวิ่งออกกำลังกายแบบนี้มันดีอย่างหนึ่ง คือได้อยู่กับตนเองอย่างแท้จริง อยู่กับความคิด ไม่ก็อยู่กับความรู้สึก(เหนื่อย) สลับกันไป ถือเป็นการคลายเครียดที่เราชอบทีเดียว ตอนนั้นเวลาประมาณหกโมงเย็นกว่าแล้ว แสงอาทิตย์ลับไป เหลือแต่แสงจากเสาไฟข้างทางเป็นระยะ ตอนนั้นเพลงดำเนินถึง track 12 果てなく続くストーリー “Never Ending Story” มันเป็นเพลงที่เราฟังแล้วให้ความรู้สึกดราม่ามาก ฟังท่อน intro ไปพร้อมๆ กับอาการเหนื่อย แล้วยังถูกคนรอบข้างแซงไปเรื่อยๆ อีก เสียงเพลงประกอบการวิ่งในอารมณ์นั้น มันทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตเราสุดท้ายก็เป็นการเดินทางเพียงลำพังที่มีผู้คนผ่านเข้ามาและออกไป เห็นเงาตัวเราเองพาดถนนผ่านซ้ำไปซ้ำมาเมื่อก้าววิ่งไปแต่ละครั้งที่ผ่านเสาไฟ แต่ตอนนั้นแทนที่จะหมดแรง เรากลับวิ่งด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเพลงเข้าสู่ท่อนเกือบท้าย มันเร้าอารมณ์ให้นึกว่าตนเองเป็นเทียนที่เปล่งแสงสุกสว่างครั้งสุดท้ายก่อนที่จะดับลงไป เราก็ฮึดวิ่งแซงคนข้างๆ คนแล้วคนเล่า (แต่เราโดนแซงหนึ่งคนโดยฝรั่งที่วิ่งเร็วเหลือเกิน 55) และเมื่อถึงท่อนสุดท้ายฟินาเล่ เจ๊ Misia ก็แผดร้องท่ามกลาง background เสียงวงคอรัสที่ร้องประสาน ก่อนที่จะแผ่วเบาเหมือนเทียนที่ดับแสงในที่สุด ในตอนนั้นเราที่หมดแรงแล้วก็หยุดวิ่งไปด้วยเช่นกัน…

พอได้เดินพัก ร่างกายที่เย็นลง ใจที่เย็นลง ก็คิดได้ว่าเมื่อกี้คงเป็นเหมือนกับจุดสูงสุดของชีวิตคน ที่หลายคนหวังให้มีช่วงรุ่งโรจน์ด้วยพลังแห่งความทะเยอทะยานแบบนั้นแหละ เป็นแรงผลักแห่งความเศร้า ความรุนแรง เป็นแรงผลักจากด้านลบหน่อยๆ แต่หลังจากนั้นล่ะ ชีวิตมันก็ต้องมีขาลงเป็นธรรมดา เมื่อขาลงแล้วแต่ชีวิตก็ยังไม่จบสิ้น โลกยังไม่แตก เราก็ต้องดำเนินชีวิตกันต่อไปนี่นา

ในอัลบั้ม Kiss in the Sky ไม่ได้จบลงอย่างเกรี้ยวกราดที่ track 12 ยังคงมี track หลังจากนี้อีก เมื่อ track 13 “Shining Star” และ track 14 太陽がいるから, “Because There’s the Sun” เล่นต่อมา เพลงจังหวะสนุกๆ พวกนี้มันก็ทำให้เรามองภาพการวิ่งเดิมในมุมที่ต่างออกไป ผู้คนที่เข้ามาและจากไปในเส้นทางวิ่ง รวมไปถึงเส้นทางชีวิต มันก็มีสีสันคุณค่า ณ ช่วงเวลานั้นๆ เช่นกัน อย่างน้องผู้หญิงเสื้อฟ้าหางม้า ที่วิ่งช้าๆ เรื่อยๆ ข้างหน้าเราตอนนี้ เธอวิ่งไปด้วยหางม้าก็สะบัดไปด้วยมันก็ดูเพลินตาดี เมื่อกี้เราวิ่งแซงเธอใน track 12 พอเราหยุดเดินเธอผู้ที่วิ่งไปเรื่อยๆ ไม่หยุดพัก ก็กลับมาแซงเราใหม่ หรือพอมองไปที่ม้านั่งข้างทางก็มีคู่สามีภรรยาชนชาติแขกที่อายุเยอะแล้วนั่งพักอยู่ ภรรยาก็นั่งอ่านหนังสืออย่างใจจดใจจ่อ ส่วนสามีก็นอนหลับหนุนตักเมียสบายใจเฉิบ ^^ ภาพของคนรอบข้างที่เราเห็นตอนวิ่งช้าๆ เหล่านี้ มันก็สร้างความเพลิดเพลินให้เราไม่แพ้ความรู้สึกดราม่าฮึกเหิมที่วิ่งเมื่อกี้เลย การวิ่งเรื่อยๆ ด้วยสายตาที่มองโลกบวกมันก็ทำให้เราวิ่งผ่านรอบที่ 4 ไปได้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อยมาก

จนกระทั่งถึงรอบสุดท้าย อัลบั้มของ Misia จบไปแล้ว เราเปลี่ยนไปฟังเพลงสบายๆ ของเจ๊ Olivia Ong แทน จนเมื่อเพลง 如燕 ดังขึ้นมา เพลงซึ้งๆ ช้าๆ งดงามเพลงนี้ มันก็กระตุ้นให้เราเปิดฟังซ้ำไปซ้ำมา 3,4 รอบ เพลงซึ้งๆ แบบนี้แหละเหมาะสำหรับเป็นบทสรุปในเส้นทางวิ่ง 5 รอบของเราในวันนี้🙂

ตลกดีนะ วิ่งไป ฟังเพลงไป จิตใจมันจะคิดฟุ้งซ่านได้ขนาดนี้ อยากจดบันทึกเอาไว้หน่อยว่าช่วงเวลานั้นเราคิดอะไรบ้าง ใจมนุษย์นี่มันคิดโน่นนี่ แส่ส่ายไปรับเอาเรื่องต่างๆ มาคิด นึก ปรุงแต่ง จริงๆ พอได้ลองมาสังเกตและจดไว้บ้างก็ไม่เลว😀

2 thoughts on “เสียงดนตรีกับการวิ่ง

  1. อยากให้มีล็อคเกอร์ฝากกระเป๋าที่ปลอดภัยในสวนสาธารณะต่างๆในบ้านเราจะได้สะดวกขึ้นหน่อย^^’

    1. บางคนที่พกของมีค่าและไม่ได้ขับรถมาคงกังวลนะ แต่ผมก็เอาฝากไว้ที่จุดรับฝากตรงห้องน้สวนลุมนี่แหละ มือถือกระเป๋าตังค์ก็ฝากไว้ตรงนั้น ถ้าหายขึ้นมาคงแย่เหมือนกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s