sustainability matters?

B Talk 01

ไปงาน B Talk no.1 “Sustainability matters?” ที่มูลนิธิโลกสีเขียวกับบริษัทป่าสาละจัดขึ้น รู้สึกขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจไปงานนี้ เพราะได้ทั้งความรู้ แนวคิด และกำลังใจในการทำงานที่ดี รู้สึกความคิดแตกแขนงต่อยอดไปหลายอย่างเหมือนกันจากการไปงานนี้ รวมไปถึง “ไฟ” ในการทำงานของตนเองต่อไปด้วย

ตอนฟังบรรยายเห็นมีการอัดวิดีโอ และวิทยากรก็แจ้งว่าสไลด์ที่นำเสนอน่าจะอยู่ในเว็บไซต์ของบริษัทป่าสาละ ใครอยากรู้รายละเอียดก็ลองแวะไปดู

ประเด็นหลักที่เราจับได้คงเป็นเรื่องของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำให้โลกใบนี้ “ยั่งยืน” (ในมุมมองของสิ่งแวดล้อม) ซึ่งน่าจะแบ่งออกเป็นกลุ่มได้ประมาณ 4 กลุ่ม คือ
1. ผู้บริโภค
2. ภาคธุรกิจ
3. ภาครัฐ
4. นักวิจัย นักวิชาการ เอ็นจีโอ

ผู้บริโภค มีส่วนช่วยในแง่ลดการบริโภค และสนับสนุนซื้อผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบธุรกิจ “สีเขียว”

ภาคธุรกิจ เป็นกลุ่มหลักสำคัญที่จะต้องหาแผนธุรกิจใหม่ หานวัตกรรมใหม่ ที่ทำกำไร ควบคู่ไปพร้อมๆ กับลดการทำลายสิ่งแวดล้อม ก็ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการ “สีเขียว” เหล่านี้ว่าจะมีอะไรเป็นจุดเปลี่ยน ทำให้เริ่มมองการณ์ไกลในธุรกิจของตนแค่ไหน

ภาครัฐ ช่วยในการออกกฎเกณฑ์บังคับ และออกนโยบายสนับสนุนจูงใจผู้ประกอบธุรกิจ “สีเขียว”

นักวิจัย ที่หาข้อมูลข้อเท็จจริงมาสนับสนุนให้ภาคธุรกิจมีเหตุผล และมีแนวทางในการเปลี่ยนมาทำธุรกิจที่ยั่งยืน รวมไปถึงกระตุ้น มีส่วนร่วมให้ประชาชน “เปลี่ยนกระบวนทัศน์” มาคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น (คุณยุ้ย สฤณีบอกว่าเรื่องงานวิจัยข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นตัวเลขเหล่านี้สำคัญมาก และในเมืองไทยตอนนี้ยังมีการทำงานในเรื่องข้อมูลน้อยอยู่)

ซึ่งสิ่งที่จะเป็นแรงผลักดันให้คนทั้ง 4 กลุ่มนี้มีส่วนร่วมในความยั่งยืน มีทั้งในส่วนที่เป็น แรงผลักจากผลประโยชน์ของตนเอง เช่น ผู้บริโภคซื้อข้าวอินทรีย์ เพราะคิดว่ามีสารอาหารมาก ไม่ใช่ซื้อเพราะช่วยโลกหรือชาวนา หรือนักธุรกิจสนใจในการทำธุรกิจในแนวทางที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะต้นทุนของการละเลยประเด็นนี้สูงมาก จนอาจจะทำให้บริษัทเจ๊งในระยะยาวได้ถ้าไม่ยอมเปลี่ยนมาทำธุรกิจแบบยั่งยืน

อีกแรงผลักหนึ่งก็คงเป็นเรื่องผลประโยชน์ของโลก ของสิ่งแวดล้อม มันก็ต้องมีแรงผลักทางด้านนี้เหมือนกัน ซึ่งการให้การศึกษา ให้ความรู้ ข้อมูล เพื่อให้เกิดจิตสำนึกตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อม จะเป็นกลไกสำคัญที่จะเกิดแรงผลักตรงนี้

ตอนฟังวิทยากรทั้ง 2 ท่านคือ ดร.อ้อย และ คุณยุ้ย เรารู้สึกเหมือนเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างในด้านของ “หัวใจ” กับ “สมอง” ในมุมมองของนักวิชาการกับนักธุรกิจ ในมุมมองของประโยชน์ส่วนรวมกับประโยชน์ส่วนตน ^^

ในตอนท้าย ดร.อ้อย ได้ให้แง่คิดที่ดีมากสำหรับเราในการทำงานโดยใช้ “หัวใจ” ว่า ตอนนี้เราอาจจะมองเห็นปัญหามากมายซึ่งดูใหญ่โต ยากต่อการแก้ไข อาจทำให้เรา “จิตตก” ได้ แต่คำแนะนำของแกคือ แค่เราโฟกัสว่า “เราทำอะไรได้บ้าง” แล้วก็ทำมันไป อาจจะแค่ไม่กี่เปอร์เซนต์ของการแก้ปัญหาทั้งหมด ให้มองขยายไปถึงคนที่แย่ หรือประเทศที่แย่กว่าเรา เค้าก็ยังค่อยๆ แก้ๆ กันไป ดีกว่าท้อแท้แล้วอยู่เฉยไม่ทำอะไรเลย และขอให้มีความหวังว่าในอนาคต โลกเราอาจมีการ “เปลี่ยนกระบวนทัศน์” มาคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม มองไปที่ความยั่งยืนมากขึ้น แล้วตอนนั้นถ้าเราทยังทำงานทีละนิดทีละหน่อยเรื่อยมา เมื่อมองย้อนกลับไป ก็จะเห็นเองว่าเราก็มีส่วนช่วยในเรื่องพวกนี้มามากเหมือนกัน นักสิ่งแวดล้อมอย่างแก”แพ้”มาตลอดอยู่แล้ว แต่ก็ยังทำงานอย่างมีความหวังต่อไป เพราะเชื่อในแนวคิดแบบนี้

ในขณะที่ คุณยุ้ย ก็กล่าวสรุปในมุมมองนักธุรกิจว่า ยุคนี้เป็นยุคที่ “สนุก” ต้องบริหาร”สมอง” ในการคิดแผนธุรกิจใหม่ๆ ที่ฉีกตำราออกไป เพราะแต่เดิม แผนในการทำธุรกิจระยะยาวเน้นไปที่ “stable” น่าเบื่อ ไม่ท้าทาย แต่ในยุคนี้การทำธุรกิจระยาวจะเน้นไปที่ “sustainable” ต้องปรับตัวเร็ว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้มีตัวชี้วัดที่เห็นชัดเจน แต่ก็ต้องปรับปรุงตัวเองไปเรื่อยๆ ด้วยกระบวนการที่คำนึกรอบด้าน (สิ่งแวดล้อม สังคม ธุรกิจ ฯลฯ) จึงเป็นเรื่องของความท้าทายและโอกาสที่มีอยู่เต็มไปหมด

หลายคนอาจมองสถานการณ์โลกในปัจจุบันอย่างเหนื่อยอ่อนว่ามันแย่แล้ว แก้ไม่ได้ เปลี่ยนแปลงยาก แต่พอเรามางานนี้ ได้ฟังวิทยากร ได้เห็นผู้ร่วมฟังจำนวนมาก ทั้งเด็กๆ คนรุ่นใหม่ คนรุ่นเดอะ มาร่วมแลกเปลี่ยนถามคำถามกันอย่างกระตือรือร้น ทำให้เรามีความหวังว่าโลกในยุคเรา รวมไปถึงโลกยุคหน้า มนุษย์เราต้องสามารถทำให้มันดีขึ้นได้แน่นอน🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s