ทางม้าลาย

แถวบ้านเราจะมีทางม้าลายไว้สำหรับข้ามถนน ทางม้าลายที่นี่พิเศษหน่อยตรงที่เป็นทางม้าลายที่อยู่ตรงข้ามโรงพยาบาล ดังนั้นจึงมีสัญญาณไฟข้ามถนนติดตั้งไว้ตรงทางม้าลายที่นี่ด้วย คนที่ข้ามทางม้าลายที่นี่จึงค่อนข้างปลอดภัยเพราะก่อนจะข้ามก็กดปุ่มให้สัญญาณไฟนับถอยหลัง เมื่อถึงเวลาก็จะเป็นสัญญาณไฟแดง สั่งให้รถหยุดเพื่อข้ามทางม้าลาย…

จริงๆ มันควรจะเกิดเหตุการณ์อย่างที่เราเล่ามาข้างต้นนะ แต่ในสภาพความเป็นจริง ในฐานะที่เราเป็นผู้ใช้งานทางม้าลายนี่เกือบทุกวัน การข้ามทางม้าลายตรงนี้ ตรงที่มีไฟแดงกำกับด้วย มันเหมือนกับการข้ามถนนปกติที่ไม่มีทางม้าลายหรือไฟแดงเลย!!! ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ได้

ทุกๆ ครั้งที่เราข้ามถนนบริเวณนี้ ก็จะพยายามข้ามถนนตรงทางม้าลายนี้ แล้วก็คอยสังเกตพฤติกรรมคนขับรถว่าหยุดให้คนข้ามมากน้อยแค่ไหน เหตุการณ์ที่มักจะเกิดก็คือ รถใหญ่เช่น รถเมล์ และรถเล็ก พวกรถมอเตอร์ไซค์ แทบไม่เคยหยุดให้เราข้ามตอนไฟแดงเลย ส่วนรถเก๋ง รถแท็กซี่ ก็แล้วแต่คัน ประมาณ 30% มั้งที่หยุดให้เราข้าม ที่เหลือเราต้องหยุดให้รถเหล่านั้นไปก่อน แล้วค่อยๆ หาจังหวะข้ามเอาเอง

พฤติกรรมของการไม่หยุดรถให้คนข้ามถนน (แม้ที่นั้นจะเป็นทางม้าลายและมีไฟแดงกำกับด้วย) ทำให้เราอยากรู้ว่าทำไมพวกเค้าถึงไม่หยุด ทั้งที่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย สิ่งที่เรานึกออกคือ กลัวว่าชะลอหยุดแล้วรถคันหลังจะรำคาญหรือบีบแตรไล่เอา หรือไม่อาจเป็นความเคยชินที่พวกเขาแทบไม่เคยหยุดรถให้คนข้ามถนนอยู่แล้ว คิดว่ารถยนต์มีสิทธิในการใช้ถนนมากกว่าคนเดินถนน เพราะฉะนั้นชั้นขอไปก่อนนะ🙂

สถานการณ์ที่รถยนต์เห็นคนเดินถนนมีความสำคัญด้อยกว่าตนเอง เราว่าก็คล้ายๆ กับคนที่เห็นมด อยู่ในซิงค์อ่างล้างจาน ก็ไม่ได้สนใจอะไร เปิดน้ำไหลล้างจานและล้างมดเหล่านั้นไหลลงท่อไป สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นว่า เพราะคนขับรถยนต์ไม่เข้าใจหัวอกของคนข้ามถนน สถานการณ์แบบนี้จึงเกิดขึ้น

เรื่องราวความขัดแย้งต่างๆ ในสังคมทุกวันนี้ ต้นตอสำคัญประการหนึ่งคือ “การไม่เอาใจเขามาใส่ใจเรา”นั่นเอง เราคิดว่าการที่เราจะทำให้เกิดความเข้าใจกันได้ ในส่วนหนึ่ง สังคมอาจจะต้องมีกลไกอะไรบางอย่างที่ผลักดันทำให้คนที่ต่างกันได้เรียนรู้เข้าใจซึ่งกันและกัน หากคนขับรถยนต์เคยมีประสบการณ์การข้ามถนนแล้วไม่ให้ใครหยุดรถเมื่อมีไฟแดง เขาคนนั้นก็น่าจะหยุดรถให้คนข้ามถนน ถ้าคนขับรถยนต์เคยขับจักรยานบนท้องถนนบ้าง เขาก็น่าจะขับรถยนต์อย่างมีน้ำใจให้พาหนะร่วมถนนคันอื่นๆ ถ้าผู้บริหารในบริษัทเคยเข้าไปนั่งกินข้าวในโรงอาหารโดยไม่สั่งลูกน้องให้เตรียมการ โรงอาหารแห่งนั้นก็น่าจะมีคุณภาพดีขึ้น ถ้าคนที่ก่นด่าทหาร เคยเข้าไปฝึกหรือสัมผัสชีวิตพลทหาร เขาก็จะเรียนรู้แง่มุมดีๆ ของทหารบ้าง ฯลฯ

แน่นอนว่ากลไกที่ทำให้เราได้เรียนรู้เข้าใจคนที่ต่างจากเรา ไม่สามารถทำให้เิกิดขึ้นได้ครอบคลุมทั้งหมด ดังนั้นอีกทางหนึ่งจึงขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของเราเองด้วย ว่าจะนำพาตัวเองเข้าไปเรียนรู้คนที่ต่างจากเรา ทำใจเปิดกว้างยอมรับความแตกต่างเหล่านั้นได้มากน้อยแค่ไหน ต้องขอบคุณโลกอินเตอร์เน็ตในยุคนี้ที่ทำให้เราสามารถหาข้อมูลข่าวสารในโลกที่โดยปกติเราไม่สามารถพบเจอเรื่องเหล่านี้ในชีวิตประจำวันได้ ทำให้เราได้เรียนรู้ว่ากฎหมายบางมาตรา บางข้อ สร้างความเดือดร้อนความทุกข์ให้กับคนคนหนึ่งได้มากมายขนาดไหน ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างบ้าคลั่งของเรา ต้องแลกมาด้วยคุณภาพชีวิตอันเลวร้ายของคนงานผู้ผลิตมันขึ้นมาหรือคนที่รับผลกระทบจากขยะเหล่านี้ ทำให้เราได้เรียนรู้ว่ายังมีคนบางกลุ่มที่ต้องร่อนเร่เดินทางอย่างลำบาก เนื่องจากไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ฯลฯ

หากวันใดที่เราได้มีโอกาสขับรถยนต์ คงต้องเตือนตัวเองให้อย่าลืมการข้ามถนนอย่างยากลำบากในวันนี้ และเมื่อวันนั้นที่เราได้ขับรถยนต์ เราคงจะได้สัมผัสอารมณ์ต้องเบรกหรือหักหลบกะทันหันเนื่องจากมีคนข้ามถนนตัดหน้า ตรงทางที่ไม่ใช่ทางม้าลายบ้างล่ะ😛

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s