มินิมาราธอน มูลนิธิหัวใจอาสา 2555

วันนี้มางานวิ่งมินิมาราธอนของมูลนิธิหัวใจอาสา ชื่องาน “เดิน-วิ่งหัวใจอาสา เพื่อสังคมแห่งการแบ่งปัน ครั้งที่ 2″ ก๊วนที่เคยมาวิ่งด้วยกันติดธุระบ้าง ไม่อยากสู้อากาศร้อนบ้าง (ช่วงนี้เมืองไทยอากาศร้อนสุดๆ วันนี้ตอนปล่อยตัววิ่ง 6.00 น. อุณหภูมิก็ปาเข้าไป 32 องศาแล้ว) สุดท้ายเลยเหลือเรากับรุ่นพี่อีกคนหนึ่ง แม้ช่วงนี้จะไม่ได้ซ้อมวิ่งอะไรมากนัก แต่ก็ใจสู้อยากมาออกกำลังกับคนหมู่มากซักหน่อย🙂

วิ่งคราวนี้ต่างจากการวิ่งของงานสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดกรุงเทพมาราธอน (กรุงเทพมาราธอน) ตรงที่ระยะทางมินิมาราธอน จาก 10 km ในงานนี้ลดลงเหลือแค่ 8.5 km และเราได้เริ่มวิ่งที่กลุ่มแรกแถวหน้าเลย ( ปกติตอนวิ่งของกรุงเทพมาราธอน 2 ครั้งที่ผ่านมา เราเริ่มวิ่งหลังปล่อยตัวแล้วประมาณ 5 นาที เพราะต้องรอเพื่อนร่วมก๊วนมาให้ครบ) อีกอย่างที่แตกต่างคือ จำนวนคนที่น้อยกว่าในงานนี้ ทำให้การวิ่งไม่ได้เป็นเหมือนคลื่นมหาชนนัก

เส้นทางวิ่งเริ่มจากมาบุญครอง วิ่งไปตามถนนบรรทัดทอง เลี้ยวซ้ายไปพระรามสี่ ผ่านสวนลุมพินีไปเข้าถนนวิทยุ เลี้ยวซ้ายอีกทีที่เพลินจิต แล้วก็วิ่งไปตามแนวรถไฟฟ้า BTS ผ่านชิดลม สยาม จนกลับมาที่มาบุญครองอีกครั้ง

คราวนี้เราบอกกับรุ่นพี่ว่าขอวิ่งทำเวลาแล้วกัน ไม่ได้วิ่งคู่กันไปเหมือนตอนกรุงเทพมาราธอนปีที่ผ่านมา

การวิ่งในวันนี้ อาจเป็นเพราะอากาศร้อน เป็นเพราะวิ่งในเมืองจึงมีควันไอเสียจากรถมาก มีกลิ่นเหม็นจากขยะข้างถนน หรือเป็นเพราะเราไม่ได้ซ้อมวิ่ง ปล่อยให้ร่างกายอ้วนไม่ฟิต ทำให้พอเราวิ่งมาถึงบริเวณพระรามสี่ตรงสวนลุมพินี ความเหนื่อยก็เริ่มปรากฏ😦

จากที่เราอยู่กลุ่มต้นๆ ที่จุดปล่อยตัว พออาการเหนื่อยเกิดขึ้น เราก็ค่อยๆ ถูกคนอื่นวิ่งแซงไป ทั้งนักวิ่งหนุ่มทั่วไป คนสูงอายุ ผู้หญิง (โชคดียังไม่โดนเด็กเล็กแซง แต่เราก็วิ่งตามเด็กที่วิ่งนำหน้าตั้งแต่ต้นไม่ทัน ^^” )

นี่เป็นรสชาติการวิ่งที่ต่างจากกรุงเทพมาราธอนอย่างชัดเจน เราวิ่งอยู่โดดเดี่ยว ไม่ได้มีกลุ่มที่วิ่งไปพร้อมกัน กลุ่มที่วิ่งนำหน้าก็ฉีกห่างออกไป กลุ่มไปตามหลังมาก็แซงเราเรื่อยๆ (เราไม่กล้ามองด้านหลังเลย) มันเป็นการโบยตีอัตตาของเรา ที่เชื่อมั่นว่าเราแน่ เราเก่ง จังหวะนั้นเรานึกถึงผู้คนที่อยู่ในช่วงขาลงของชีวิต ตอนขาขึ้นที่ต้องฝ่าฝัน วิ่งแซงแข่งขันกับคนอื่นก็ว่าเหนื่อยแล้ว แต่ขาลงที่โดนคนอื่นแซงพร้อมๆ กับกำลังกายใจที่ถดถอยลง แบบนี้มันดูโหดร้ายยิ่งกว่านะ นี่คงเป็นสัจธรรมของชีวิตที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจหนีพ้น

ระหว่างที่เรากำลังถูกความเหน็ดเหนื่อยเข้าโจมตี ก็มีนักวิ่งสูงอายุคนหนึ่ง วิ่งแซงเรา พร้อมกับหันมายิ้มและพูดกับเราว่า “ยอดเยี่ยมมากน้อง”  คงเป็นเพราะเราแสดงอาการเหนื่อยออกมาอย่างชัดเจนให้เค้าเห็นล่ะมั้ง ยิ่งเราเป็นคนอ้วน ตอนนี้น้ำหนักเกือบเฉียดร้อย เค้าอาจเห็นว่าหุ่นแบบนี้ มาวิ่งได้ขนาดนี้ในอากาศที่ร้อนระอุ ขณะที่ความเร็วก็ตกลงไปเรื่อยๆ เลยไปให้กำลังใจหน่อยดีกว่า…

ไม่น่าเชื่อนะ พอพี่เค้ามาพูดกับเรา อาการกังวลใจต่างๆ ก็บรรเทาลงไป ความเหนื่อยน่ะยังคงมีแน่ แต่พอได้รับกำลังใจ มันก็ทำให้เรามีแรงฮึดที่จะวิ่งต่อไปจนจบ🙂

ระหว่างทางวิ่ง กลุ่มคนที่เราเคยแซงตอนเริ่มวิ่งช่วงต้น ก็วิ่งทันเราและแซงหน้าไป แต่เรากลับไม่รู้สึกกังวลใจเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว แค่บอกกับตัวเองว่า วิ่งไปเรื่อยๆ และพยายามอย่าหยุดก็แล้วกัน (ยกเว้นพอถึงจุดให้น้ำก็ชะลอเดินกินน้ำไปหน่อย เดินพักซัก 30 วินาที่ก็วิ่งต่อไปใหม่)

ขณะวิ่งผ่านแถวถนนวิทยุ ผ่านสถานทูตอเมริกา รู้สึกว่าความร้อนมันลดลง น่าจะเป็นเพราะถนนเส้นนั้นปลูกต้นไม้ไว้เยอะ ถนนวิทยุบริเวณนี้คงเป็นถนนในกรุงเทพฯ ที่มีต้นไม้ร่มรื่นมากที่สุดเส้นหนึ่งเลยทีเดียว คิดแล้วก็อยากให้บ้านเมืองเรามีต้นไม้เยอะๆ แบบถนนเส้นนี้จัง มันคงสามารถช่วยลดความร้อนและทำให้คนออกมาเดินหรือปั่นจักรยานได้มากขึ้นนะ

ในจุดท้ายๆ ก่อนถึงเส้นชัย เราเริ่มแซงบางคนกลับมาได้บ้าง ใจนึกขอบคุณพี่คนนั้น (จริงๆ น่าจะรุ่นคุณลุงนะ) ที่มาพูดให้กำลังใจเรา เลยอยากจะส่งต่อพลังออกไปบ้าง เราเห็นนักวิ่งคนหนึ่งดูเหนื่อยและความเร็วตกลงไป พอเราแซงเค้าจึงหันไปยิ้มให้เค้าพร้อมกับยกนิ้วโป้งยอดเยี่ยมให้ (ขณะนั้น เราเหนื่อยมากจนพูดอะไรไม่ออก 555) เค้าก็ยิ้มตอบรับ หวังว่าคงได้รับพลังอะไรกลับไปบ้าง

สุดท้ายก็ถึงเส้นชัยโดยไม่ได้หยุดเดินตามที่ตั้งใจไว้ เรารู้สึกดีที่ตัดสินใจมาวิ่งมินิมาราธอนครั้งนี้ ในช่วงเดือนที่อากาศร้อนจัดที่สุดในรอบปี มันมอบประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป ในความเหนื่อยความทรมาน มันก็มีบทเรียนบางอย่างให้เรียนรู้ มันช่วยลดอัตตาของเรา ให้เราไม่ยึดมั่นถือมั่นในตนเอง ให้เราแข่งขันกับใจเรา ไม่ใช่แข่งขันกับจคนอื่น มันสอนว่าในช่วงเวลาที่ยากลำบาก กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญของมนุษย์ มันสอนให้เรารู้จักเตรียมตัวให้มากกว่านี้ มันให้ความปิติยินดี ความภาคภูมิใจเมื่อเราถึงเส้นชัยที่หวังไว้หลังผ่านความยากลำบากมาได้

เพราะแบบนี้มั้ง การวิ่งถึงยังมีมนต์เสน่ห์ให้มนุษย์เดินดินอย่างเรา หลงใหลกับกีฬาชนิดนี้🙂

ป.ล. สถิติที่เราวิ่งครั้งนี้ 8.5 km ใช้เวลา 49 นาที 30 วินาที

2 thoughts on “มินิมาราธอน มูลนิธิหัวใจอาสา 2555

  1. ชอบโพสต์นี้นะครับ เห็นด้วยว่า กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ และการวิ่ง ช่วยสอนให้เรารู้และตระหนักถึงสัจธรรมหลายๆ อย่างในชีวิต

    1. น่าเสียดาย ปีนี้จัดที่สวนรถไฟ วันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค. นี้ ผมคงไม่ได้ไป ^^”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s