วิ่ง วิ่ง วิ่ง

หลังจากไม่ได้วิ่งมาเกือบ 3 เดือน วันนี้ได้ฤกษ์ดี มีเวลาว่าง และปลุกกำลังใจตัวเองให้ออกไปวิ่งได้สำเร็จ เลยไปที่สวนลุมพินีสนามเก่าของเราที่วิ่งมาตั้งแต่สมัยเรียนป.ตรี

ที่ต้องฟิตซ้อมวิ่ง เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับงาน กรุงเทพมาราธอน ซึ่งเลื่อนไปจัดวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 (ใครที่สมัครช่วงนี้ยังจ่ายถูกอยู่นะ ถ้าไปสมัครหลังวันที่ 20 มกราคม 2555 จะจ่ายแพงขึ้น) งานวิ่งมาราธอนงานเดียวที่เรากะจะเข้าร่วม แต่ถ้าวรยุทธ์กล้าแข็ง อาจได้ลองไปวิ่งที่อื่นบ้าง🙂

การมาวิ่งครั้งนี้ ถือได้ว่าห่างหายจากสนามไปนานมากๆ ปกติเวลาที่เราวิ่ง ก็จะเป็นการวิ่งในฟิตเนสที่ทำงาน การวิ่งที่สนามแบบนี้ครั้งล่าสุดน่าจะเป็นการวิ่งที่สวนสมเด็จย่าแถวบ้านมั้ง ห่างหายไปประมาณครึ่งปีเลยทีเดียว ดังนั้นการวิ่งในวันนี้เลยกะไว้ที่วิ่งรอบใหญ่ของสวนลุมฯ 3 รอบ ประมาณ 7.5 กิโลเมตร ไม่หักโหมมาก

เมื่อสัมผัสสนามจริง วิ่งไปรอบหนึ่งก็รู้ทันทีว่าร่างกายเราไม่ฟิตซะเลย มูราคามิ เคยกล่าวไว้ในหนังสือ “เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง” ว่า ร่างกายคนก็เหมือนวัวควาย ที่สามารถค่อยๆ สอนให้เรียนรู้การทำงานหนักได้ แต่ถ้าเราห่างหายไม่ซ้อมเพียงวันสองวัน วัวควายมันก็จะคิดว่าไม่ต้องทำงานหนักแล้ว ร่างกายก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิมเหมือนไม่เคยฝึกซ้อมมาก่อนเลย แล้วจะประสาอะไรกับเราที่ห่างหายไม่ซ้อมไปเป็นเดือน T^T

การวิ่งในสภาวะที่ร่างกายเหน็ดเหนื่อย มันเป็นประสบการณ์ที่เจอทีไรก็ตราตรึงใจทุกที ในหัวสมองจะไม่คิดอะไรเลยนอกจาก วิ่ง วิ่ง วิ่ง ก้าวเท้าซ้ายไปให้พ้นเท้าขวาแล้วก็ก้าวเท้าขวาให้พ้นเท้าซ้ายไปเรื่อยๆ สภาพที่ร่างกายเหนื่อยมันทำให้เรึยนรู้ขีดจำกัดของมนุษย์จริงๆ ในการตูนเรื่อง REAL ของอาจารย์ทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ (คนวาดสแลมดังค์) มีตอนหนึ่งที่ตัวเอกของเรื่องชื่อโนมิยะถูกอันไซนักบาสฝ่ายตรงข้ามโชว์ฝีมืออันเหนือกว่าเข้าใส่ แต่โค้ชซึ่งมองเห็นพลังบางอย่างของโนมิยะได้กล่าวออกไปว่า “ยามที่คนเราถูกกระหน่ำจนสิ้นสภาพ คุณสมบัติแท้จริงก็จะถูกทดสอบ ว่าจะก้มหน้าจมดิ่งลงไป หรือจะจ้องมองไปข้างหน้า ต่อสู้ต่อไปไม่ยอมย่อท้อ นั้นแหละ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ถูกปกปิดด้วยพรสวรรค์และประสบการ – คุณสมบัติของจิตใจ”

ในช่วงที่เราเหนื่อยสุดๆ ตอนนั้นวิ่งไปประมาณรอบครึ่งมั้ง ใจก็คิดว่า ทำไมวันนี้เราไม่ฟิตเอาซะเลย (ตอนซ้อมในฟิตเนสวิ่งได้เป็น 10 กิโล) สงสัยไม่ครบ 3 รอบแหง ทันใดนั้นเสียงเพลงจากเครื่องเล่น mp3 ที่เราติดนิสัยชอบฟังเวลาวิ่ง ก็เล่นมาถึงเพลง “Don’t Stop ‘Til You Get Enough”… แปลกดีเหมือนกันที่เพลงนี้สามารถกระตุ้นกำลังใจให้เราผ่านจุดที่เหนื่อยที่สุดในการวิ่งครั้งนี้ได้ เมื่อร่างกายตั้งหลักได้ เพลง “Wanna Be Startin’ Somethin'”  ก็ดังขึ้นมาต่อ เรารู้ได้ทันทีว่าวันนี้เราสามารถวิ่งรอบ 3 รอบตามที่ตั้งใจเอาไว้วันนี้ได้แน่นอน สุดท้ายก็ทำเวลาได้ตามที่คาดไว้ 7.5 กิโลเมตร 45 นาที ขอบคุณมาก Michael🙂

การวิ่งวันนี้ ทำให้เราหวนกลับไปสัมผัสความสนุกความสุขจากการวิ่งอีกครั้ง ความสุขจากการเผชิญขีดจำกัดของร่างกาย ความสุขการการเห็นผู้คน ครอบครัว คู่รัก เพื่อน ออกวิ่งด้วยกัน ความสุขที่ได้จากการสัมผัสธรรมชาติ ต้นไม้ สายลมเย็น พื้นหญ้า ท้องฟ้า นั่งพักหลังวิ่งเสร็จ ความสุขง่ายๆ แบบนี้เองล่ะมั้งที่ดึงดูดให้ผู้คนจำนวนมากออกกำลังกายที่สวนลุมพินีแห่งนี้

ป.ล. หลังวิ่งเสร็จเราไปฟังดนตรีในสวนต่อด้วย ปกติวง Bangkok Symphony Orchestra (BSO) จะมาเล่นที่สวนลุมฯ ช่วงเดือนธันวาคมของทุกปีในเย็นวันอาทิตย์ ตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม วันนี้เป็นวันแรกที่เปิดการแสดง อาทิตย์หน้าวันคริสต์มาสก็มีต่อ ใครสนใจมาดูกันได้ ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s