opentalk3 day2

Peace is the way

บันทึกประสบการณ์กิจกรรม opentalk ครั้งที่ 3 “ฉลาดทำใจ กับพระไพศาล วิสาโล”24-26 ก.ย. 2553 (ดู วันที่ 1, วันที่ 3)

———————

วันที่ 2

วันนี้ตื่นตั้งแต่ตี 3 ครึ่ง เพื่อเตรียมตัวไปทำวัตรเช้าเวลาตี 4 แม้ดูเหมือนจะมีเวลานอนน้อย แต่เราก็ไม่ง่วงขณะทำวัตร คงเป็นเพราะบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ทำให้เรานอนหลับอย่างเต็มอิ่มมั้ง ปกติหลังจากทำวัตรเสร็จ (ทั้งเช้าและเย็น) จะมีการเทศน์ของพระไพศาลต่อ แต่วันนี้หลวงพ่อคำเขียน (พระอาจารย์ของพระไพศาล) ได้เข้ามาร่วมทำวัตรด้วย จึงมีโอกาสได้ฟังท่านเทศนา เนื่องจากเราไม่คุ้นเคยกับรูปแบบการเทศน์ของท่าน ทำให้เราฟังไม่ค่อยออก ฟังไม่ค่อยเข้าใจซักเท่าไหร่ มีรุ่นพี่ที่เข้าร่วมกิจกรรม 2 คนได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับหลวงพ่อคำเขียนไว้ว่า อริยบุคคลเวลาพูดอะไรจะเป็นปริศนาธรรม ดังนั้นเราซึ่งยังมีประสบการณ์น้อยไม่ต้องแปลกใจที่ยังฟังไม่รู้เรื่อง พี่อีกคนบอกว่า เขาชอบการเทศน์ของหลวงพ่อคำเขียนมากกว่าพระไพศาล ท่านพูดเหมือนพูดภาษาบาลีแปลไทยในพระไตรปิฎก😀 ของแบบนี้มันก็แต่จริตของแต่ละบุคคลล่ะ

ในตอนเช้ามีอีกกิจกรรมที่เรายังไม่เคยทำมาก่อน คือการติดตามพระออกไปบิณฑบาตรในหมู่บ้านยามเช้า เราก็เลยขออาสาเป็นเด็กวัดซะเลย ประเพณีการตักบาตรของภาคอีสานมีอย่างหนึ่งที่เราไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ คือชาวบ้านจะตักบาตรด้วยข้าวเหนียวอย่างเดียวเป็นส่วนมาก รุ่นพี่คนอีสานคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เนื่องจากพระมาบิณฑบาตรแต่เช้า หุงหาอาหารไม่ทัน เลยตักแต่ข้าวเหนียวไปก่อน หลังจากนั้นค่อยทำอาหารใส่ปิ่นโตส่งไปที่วัดตามทีหลัง มื้อเช้าเรียกว่า “ถวายจังหัน”

เกร็ดอีกอย่างที่เราพบขณะเดินไปบิณฑบาตร คือ ที่นี่จะมีรถคันหนึ่งเป็นกรงขังหมาแล้วก็มีตะกร้าสานหลายใบอยู่บนรถ พอสอบถามถึงทราบว่า เป็นรถที่เอาตะกร้าไปแลกหมาที่ไม่ต้องการตามบ้านต่างๆ เพื่อเอาหมาที่แลกได้ส่งไปขายประกอบอาหารตามพื้นที่ที่กินเนื้อหมา เช่น สกลนคร หรือบางทีก็ส่งไปเวียดนาม ความรู้ใหม่นะเนี่ย

หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ พระไพศาลได้สอนการปฏิบัติเจริญสติโดยการกำหนดจังหวะ(แกว่งมือไปมาเป็นจังหวะขณะนั่งสมาธิ) ประเด็นสำคัญที่ท่านย้ำคือ “การรู้อารมณ์” ผู้ปฏิบัติต้องรู้ทันอารมณ์ของตนทุกขณะ โดยไม่ต้องสนใจว่าเป็นอารมณ์ดีหรือร้าย บางทีคนที่มีความสุข แต่ไม่รู้ทันอารมณ์ขณะนั้น อาจจะแย่กว่าคนที่มีอารมณ์โกรธแต่รู้เท่าทันก็ได้ ดังนั้นจึงอย่าผลักใสอารมณ์ที่ไม่ดี แค่รู้ เห็น ขณะเดียวกันก็อย่ายึดติดในอารมณ์ที่ดี จุดมุ่งหมายของการเจริญสติไม่ใช่ความสุขจากความสงบ แต่เป็นการที่เรารู้ตัวตลอดเวลา

พอปฏิบัติเสร็จ ท่านก็เปิดโอกาสให้แต่ละคนแบ่งปันประสบการณ์และซักถามข้อสงสัย สำหรับเราซึ่งง่วงตลอดทั้งการนั่งสร้างจังหวะและการเดินจงกรม ท่านก็บอกว่า แม้ช่วงแรกในการฝึกเราจะง่วง จะเบื่อก็ไม่เป็นไร ให้รู้แล้วฝึกไปเรื่อยๆ พอจิตใจเริ่มชิน ความเบื่อจะหายไปเอง สาเหตุที่เราเบื่อเราง่วงเพราะเราติดในผัสสะ คนในเมืองปัจจุบันล้วนประสบปัญหานี้ ต้องหาผัสสะมาหล่อเลี้ยงจิตใจตลอดเวลา พอมาอยู่นิ่งมันเลยเบื่อ เราต้องมีสติรู้ตัว เมื่อเรามีสติต่อเนื่อง แจ่มชัด เราจะเกิดปัญญา ยอมรับในตนเองและเคารพในผู้อื่น และนำไปสู่เป้าหมายสุดท้ายของการปฏิบัติคือได้เห็นชัดเจนว่า “ร่างกายและจิตใจไม่ใช่ของเรา”

ช่วงบ่ายเป็นกิจกรรมกลุ่ม โดยแบ่งสมาชิกออกเป็นสัตว์ 4 ชนิด (เหยี่ยว หมี หนู กระทิง) ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีลักษณะแตกต่างกัน อธิบายคร่าวๆ คือ 1. เหยี่ยว (เป็นฐานสมองซีกขวา) จะเป็นคนเจ้าความคิด มีจินตนาการ 2. หมี (เป็นฐานสมองซีกซ้าย) จะเป็นคนยึดในหลักเหตุผล ข้อมูล 3. หนู (เป็นฐานจิตใจ) จะเป็นคนที่คิดถึงจิตใจผู้อื่นก่อน ขี้กลัวลังเล 4. กระทิง (เป็นฐานร่างกาย) จะเป็นคนตรง คิดอย่างไรพูดอย่างนั้น แต่ละคนจะมีบุคคลิกเป็นสัตว์เหล่านี้ แล้วแต่ว่าใครจะมีสัดส่วนสัตว์ชนิดไหนมากกว่ากัน กิจกรรมนี้ทำให้เราเรียนรู้ลักษณะที่ตนเองเป็นและลักษณะที่ผู้อื่นเป็น ร่วมแบ่งปันจุดเด่น จุดด้อย แนวคิดของคนในแต่ละกลุ่ม เราว่านี่เป็นกิจกรรมที่ดีมาก เพราะทำให้เราเข้าใจยอมรับตนเองและเข้าใจจิตใจคนอื่นที่มีลักษณะแตกต่างจากเราได้มากขึ้น

  • ในตอนดึกมีกิจกรรมปุจฉา วิสัชนา ในหัวข้อ “สูญเสีย ไม่เสียสูญ” ท่านได้ให้หลักคิดปฏิบัติเมื่อเราสูญเสียโดยย่อคือ
  • มีสติ รู้ทันอารมณ์เสียใจ
  • มีโยนิโสมนสิการ คือ มองโลกในแง่ดี
  • อย่ากลัวความล้มเหลว สูญเสีย ต้องกล้าเผชิญหน้ากับมัน

นอกจากนั้นยังมีประเด็นอื่นๆ ที่เราอยากรู้ก็ถามไป เช่น ที่เราคิดว่ามันล้มเหลว เพราะเราไปคาดหวัง ดังนั้นเราจึงไม่ควรคาดหวังใช่มั้ย ท่านตอบว่า เวลาทำอะไรก็ทำให้เต็มที่ เติมความพยายาม แต่อย่าใส่ความคาดหวัง เมื่อสำเร็จก็ยกผลประโยขน์ให้ความว่างเหมือนที่ท่านพุทธทาสกล่าวไว้ เมื่อล้มเหลวก็ทำต่อไป อย่าติดดีในความสำเร็จ

จริงๆ มีคำถามอื่นที่น่าสนใจอีกมาก เราก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง อย่างไรก็ตามคนที่สนใจ สามารถไปดูวิดีโอที่ทีมงานอัดไว้ ในเว็บของ openschool

ก่อนนอนคืนนี้ มีอีกกิจกรรมคือการเปรียบเทียบ opentalk ครั้งนี้กับสถานที่ท่องเที่ยวพร้อมเหตุผล เท่าที่ฟังดู สมาชิกส่วนใหญ่จะยกตัวอย่างสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับ “ความสงบ ความหลากหลาย ความสบาย ของดีที่อยู่ใกล้ๆ การเปิดใจ” ฟังแล้วก็ได้ความรู้เรื่องแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นบ้างเหมือนกัน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ป.ล. พี่ที่ทำสร้อยข้อมือหายเมื่อวาน วันนี้เขาหาเจอแล้ว มีคนพบมันตกอยู่บนทางเดินไปทำวัตร เรารู้สึกว่า เมื่อเราทำใจให้ถูกต้องกับเหตุการณ์ต่างๆ มันจะดึงดูดเรื่องดีๆ ให้เกิดขึ้นกับเรา เหมือนกับท่าทีที่พี่เขาแสดงเมื่อสร้อยหายเมื่อวาน ที่ไม่เดือดร้อนทุกข์ใจอะไรมากมาย วันนี้ก็เลยได้คืนซะเลย🙂

2 thoughts on “opentalk3 day2

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s