3.9g thailand

pretty in 3.9G 2010

วันนี้เราไปงานมหกรรมเทคโนโลยีการสื่อสาร 3.9 G Thailand Human D.N.A. โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเราก็ไปงานนี้เป็นประจำทุกปี ปีนี้ดูเหมือนว่ากทช.จะพยายามชูเรื่องประโยชน์จากเทคโนโลยี 3G เต็มที่ (3.9 G มันเป็นคำเรียกเทคโนโลยีไร้สายที่มีความเร็วสูงกว่า 3 G ซึ่งเป็นคำที่เราได้ยินกันมาตั้งนาน อย่างไรก็ตามถือว่า 3.9 G ยังอยู่ในมาตรฐานของ 3 G อยู่ ดังนั้นในโพสนี้ขอเรียกรวมๆ ว่า 3 G แล้วกัน)

ในช่วงเช้า เราไปเข้าฟังสัมนนาเชิงวิชาการ สำหรับหัวข้อในวันนี้คือ Device Day (แต่ละวันการสัมมนาจะมีหัวข้อต่างกันไป Technology, Network, Device, Application, Social Networking เรียงตามลำดับ) โดยขอจดเรื่องราวที่ได้ฟังในงานสัมมนาดังนี้

กทช. : พฤติกรรมการใช้บริการโทรคมนาคมไทย

  • ไปฟังไม่ทัน  ช้าไปครึ่งชั่วโมง ที่นั่งเต็มซะก่อน😦

Google : Google mobile application

  • คุณพรทิพย์ กองชุน ผู้บรรยายใช้วิธีสาธิตการใช้โทรศัพท์มือถือ Andriod (ระบบปฏิบัติการของ Google) ใ้ห้ผู้ฟังได้เห็นจริง โดยเกริ่นว่าการทำงานที่เดินทางบ่อยๆ ทำให้ต้องพึ่งโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ยิ่งโทรศัพท์มือถือมีความสามารถมาก ก็ยิ่งช่วยในการทำงานมากขึ้นตาม
  • เริ่มจาก สาธิตการค้นหาว่าภาพที่เราเห็นคืออะไร โดยใช้กล้องจากมือถือถ่ายรูปภาพนั้น แล้วส่งภาพที่ถ่ายไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลรูปภาพที่มีค้นหาว่ามันคืออะไร (image recognition)
  • สาธิตการทำงานเอกสารร่วมกัน ผ่านทาง Google Doc
  • สาธิตการระบุตำแหน่งที่เราอยู่ในปัจจุบัน ค้นหาวิธีการเดินทางไปยังจุดหมาย ตรวจสอบสภาพจราจรปัจจุบัน (ใช้ข้อมูลจาก สนข.) ค้นหาร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียง ผ่านทาง Google Latitude นอกจากนี้ยังพูดประเด็นความเป็นส่วนตัวว่า เราสามารถกำหนดให้เฉพาะบางคนที่เราส่งลิงก์เท่านั้นที่รู้ตำแหน่งเรา หรืออาจบอกตำแหน่งให้รู้แบบหยาบๆ แค่ว่าอยู่ที่กรุงเทพฯ
  • พูดเรื่อง Youtube ว่าคนไทยมักจะดู แต่ไม่ค่อยอัพโหลด อาจจะเนื่องมาจากไม่มีอุปกรณ์อัดวิดีโอ จึงสาธิตการใช้โทรศัพท์มือถืออัดวิดีโอคนที่ฟังบรรยายแล้วอัพโหลดขึ้น Youtube ตอนนั้นซะเลย
  • พูดเรื่องการค้นหาโดยใช้เสียงพูด ไม่ต้องพิมพ์ผ่านแป้นกดมือถือซึ่งไม่สะดวก รวมไปถึงการแปลภาษาโดยใช้ Google Translate อย่างไรก็ตามดูเมื่อตอนนี้จะยังใช้เสียงพูดภาษาไทยไม่ได้

ผลิตภัณฑ์ของ Google ที่ฟังมาทั้งหมด จริงๆ เรารู้จักหมดแล้ว แต่การมาฟังคราวนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะได้เห็นการใช้งานจริงผ่านระบบ 3 G ว่ามันสะดวกแค่ไหน เท่าที่ดูก็มีประโยชน์มากทีเดียว โดยเฉพาะ Google Latitude (แต่คงบอกสายรถเมล์ หรือเรือไม่ได้ บอกได้แต่รถไฟฟ้า)

Microsoft : Cloud computing

  • การจะใช้เทคโนโลยี 3 G มีข้อจำกัดคือสัญญาณไม่มีทางครอบคลุมได้ทุกพื้นที่แน่ จึงต้องประกอบกันทั้ง software (ในตอน offline) กับ cloud (ในตอน online ซึ่งอาจจะผ่าน 3 G ได้ทางหนึ่ง)
  • แนะนำโปรแกรมดูดาว Microsoft worldwide telescope สามารถดูดาวได้ละเอียดมาก ดูแบบ offline ก็ได้
  • แนะนำ Microsoft Pivot การค้นหาที่แสดงผลแบบรูปภาพ สามารถจัดกลุ่มหรือกรองข้อมูลได้
  • แนะนำ Microsoft Tag โปรแกรมสร้างบาร์โค้ด
  • แนะนำ Microsoft HealthVault สำหรับเก็บข้อมูลสุขภาพของแต่ละบุคคล ทำให้ลดความยุ่งยากของการค้นหาข้อมูลคนไข้ในโรงพยาบาล
  • ฉายวิดีโอ 2 เรื่อง เรื่องแรก เกี่ยวกับการนำเอาเทคโนโลยีของ Microsoft ไปเชื่อมต่อกับรถยนต์ เพื่อแสดงให้เห็นว่า เราไม่จำเป็นต้องผูกติดเทคโนโลยีสื่อสารกับโทรศัพท์มือถืออย่างเดียว เราสามารถรับส่งข้อมูลที่ต้องใช้ตอนขับรถผ่านทางตัวรถยนต์ได้เลย
  • เรื่องที่สอง เกี่ยวกับระบบการแสดงผลแบบใหม่ ซึ่งมีตั้งแต่ multitouch screen บนอุปกรณ์ใกล้ตัว เช่น โต๊ะ กระจก พื้น, จอภาพที่โค้งงอได้ เช่น หนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกซ์ที่จับต้องได้เหมือนหนังสือพิมพ์จริง, จอภาพที่มีลักษณะ ambient transparent หรือโปร่งใส
  • พูดถึงประเด็น ubiquitous หรือ การเข้าถึงเทคโนโลยีแบบ “any where, any time, any device”
  • พูดถึงความได้เปรียบของ Microsoft ที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีครอบคลุมอุปกรณ์มากมาย เช่น คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, cloud, media center (โทรทัศน์ที่ทำอะไรได้มากกว่าปกติ), เครื่องเล่นเกม
  • ปิดท้ายว่า เรื่องเทคโนโลยีของเมืองไทยก็ไม่ได้ด้อยกว่าชาติอื่นในโลก โดยยกตัวอย่างเทคโนโลยีระบบโรงพยาบาล ซึ่งของไทยมีชื่อเสียงในระดับโลกเลย

เนื่องจาก Microsoft พูดต่อจาก Google ซึ่งเป็นคู่แข่งกัน ดังนั้นจึงเห็นผู้บรรยาย ดร.ประสบโชค ประมงกิจ แอบเหน็บคู่แข่งบ่อยๆ บริการที่นำมาพูดส่วนใหญ่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน คงเป็นบริการที่อยู่ในห้องแล็บเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Microsoft ว่าพยายามจะพัฒนาบริการหลากหลายแนวมากๆ อย่างไรก็ตามรู้สึกขัดใจอยู่บ้างที่ไม่ค่อยเน้นเรื่อง cloud computing มากเท่าที่ควร (เข้าใจว่าบริการออนไลน์ส่วนใหญ่ก็อยู่บน cloud นะ แต่น่าจะอธิบายให้มากซะหน่อย คุณป้าที่นั่งข้างเราถึงกับถามเราว่า ไม่เห็นพูดเรื่อง cloud เลย) อีกอย่างที่คิดว่าจะได้ฟังแต่ไม่เห็นพูดถึงคือ Windows Azure

หลังจากนั้นก็มีการบรรยายหัวข้อ “Next generation smartphone in Thailand” แต่เรานั่งฟังแล้วรู้สึกว่าเรื่องที่พูดกันไม่ตรงกับหัวข้อ ผิดหวังเล็กน้อย😦 พอนั่งฟังจนจบก็เดินออกมาดูพวกบูธบริษัทต่างๆ ที่มาแสดง ส่วนใหญ่เป็นเทคโนโลยีที่เรารู้อยู่แล้ว (แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี 3 G นี่เราเคยเห็นมาตั้งนาน อย่างน้อยก็จำได้ว่าเมื่อ 4 ปีก่อนเราก็ได้เห็นงานแบบนี้แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ใช้จริงซะที) หรือเป็นพวกของเล่นซะมากกว่า เช่น พวกโทรศัพท์สมาร์ทโฟนใหม่ๆ หรือแท็ปเล็ตอย่าง iPad สำหรับเราในส่วนบูธ จึงไม่ค่อยตื่นเต้นอะไรมาก อย่างไรก็ตามเราก็ยังสนุกกับการเดินเล่นไปเรื่อยๆ ดูว่ามีแอพพลิเคชันอะไรสนุกๆ ให้ลองเล่นจริงบ้าง หรือนั่งดูพริตตี้ ดารา นักร้อง (เจอคุณแอน ธิติมา นักร้องหญิงที่เราชื่นชอบอีกคนที่บูธดีแทคด้วย)😀

ann in 3.9G 2010

ยังไงก็หวังว่าปีหน้า 3 G บ้านเราคงจะได้ใช้กันถ้วนหน้านะ ดูงานโชว์เทคโนโลยี 3 G แบบนี้มานานมากจนหายอยากแล้วเนี่ย

(แก้ไข) @sarapuk บอกว่า Google Latitude มันดูสายรถเมล์ได้

One thought on “3.9g thailand

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s