คุยเรื่อง avatar กับอ.ยงยุทธ

avatar-yongyut

วันนี้ไปงาน 20 YEARS 20 DAYS สืบ นาคะเสถียร ที่หอศิลป์กรุงเทพฯ กิจกรรมวันนี้เป็นการพูดคุยเรื่อง AVATAR กับ อ.ยงยุทธ จรรยารักษ์ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราติดตามฟังการพูดของท่านบ่อยๆ ในกิจกรรมพูดคุย “วิชาอะไร” ที่จัดที่จุฬาฯ เลยมาฟังในงานนี้ด้วย

แม้หัวข้อจะเป็นเรื่องการพูดคุยเกี่ยวกับหนังเรื่อง AVATAR แต่เนื่องจากวิธีการพูดของท่านจะชอบแตกประเด็นต่างๆ ในผู้ฟังให้สมองได้ขบคิดตอบคำถาม ไม่ใช่ฟังความรู้อย่างเดียว การพูดในวันนี้จึงมีหลายประเด็นที่ไม่เกี่ยวกับ AVATAR เลย😀

หลังจากฟังเสร็จ เลยอยากจดสิ่งที่จำค้างอยู่ในหัวซะหน่อย (ประเด็นมันไม่ค่อยต่อเนื่องกันนะ จำได้เป็นห้วงๆ)

  • ความประเสริฐที่สุดของมนุษย์คือ “ความสามารถในการซ่อมแซมตนเอง” โดยยกตัวอย่างพิธีทำขวัญของคนสมัยโบราณ เมื่อมีคนป่วย ซึ่งกุศโลบายของพิธีนี้คือการทำให้คนป่วยรู้ว่าเขาไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว ยังมีคนที่คอยเป็นห่วงเป็นไยเขา เมื่อผู้ป่วยมีกำลังใจดีขึ้น ร่างกายก็จะซ่อมแซมด้วยตัวมันเอง การแพทย์ปัจจุบันมุ่งเป้าไปที่การ “รักษาโรค” หมายถึงพุ่งไปฆ่าเชื้อโรค มากกว่า “รักษาคน” ซึ่งเป็นแนวคิดโบราณที่ให้ร่างกายเป็นตัวรักษาตัวมันเอง
  • เดี๋ยวนี้อ.ไม่ค่อยสนใจเรื่องการ “อนุรักษ์ธรรมชาติ” เพราะอ.เชื่อว่าธรรมชาติมันย่อมมีวัฏจักรในการปรับสู่สมดุลด้วยตัวของมันเอง อย่างเลวร้ายสุดก็คือธรรมชาติกวาดล้างมนุษย์ไปแล้วก็คืนสู่สภาพเดิม T-T แต่อ.จะสนใจการ “อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย” มากกว่า เพราะสิ่งเหล่านี้สูญหายแล้วไม่มีทางฟื้นคืนสู่สภาพเดิมแน่นอน อ.ยังยกย่องวัฒนธรรมไทยว่าสุดยอดมาก ภูมิปัญญาไทยโบราณได้ผ่านการผสมผสานเอาของเพื่อนบ้าน ทั้งจีน อินเดีย ตะวันตก จนเป็นแบบฉบับที่เหมาะสมสำหรับบ้านเรา โดยยกตัวอย่างทั้งวัฒนธรรมการแต่งกาย การกิน
  • ปัญหาด้านวัฒนธรรมไทยในปัจจุบัน เป็นเพราะเราไปตีความ “การพัฒนา” ผิดไป เราไปคิดว่ามันคือ “การให้ทัดเทียม ให้เหมือนต่างชาติ (โดยทิ้งของเก่าที่เรามี)” แต่จริงๆ แล้วมันคือ “การพึ่งตนเอง การอยู่ได้ด้วยตนเอง การทำสิ่งที่เรามีอยู่แล้วให้ดีขึ้น” อ.ได้ยกตัวอย่างการถมคลองอันเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่สำคัญทิ้งไป เพื่อสร้างถนนให้เหมือนฝรั่ง ได้ยกตัวอย่างแนวคิดการแต่งงานสมัยใหม่ที่คิดว่าเป็นเรื่องของคน 2 คน จึงกลายเป็นครอบครัวเดี่ยว เมื่อแต่งงานก็แยกไปปลูกบ้านตั้งครอบครัวกันเอง แต่การแต่งงานสมัยเก่าจะถือว่ามันเป็นการ “สืบสกุล” ดังนั้นครอบครัวทั้งสองฝ่ายจึงมีส่วนร่วมในการดูคู่ครองที่เหมาะสมที่สุด ดีที่สุดให้สกุลของครอบครัวทั้งสองสืบเนื่องต่อไป เกิดเป็นลักษณะครอบครัวใหญ่ที่ช่วยกันดูแล ยกตัวอย่างระบบโรงเรียน ที่สมัยก่อนเป็นการอบรมบ่มเพาะเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่ดีของสังคม มีคุณธรรมจริยธรรม แต่ระบบปัจจุบันโรงเรียนคือสถานที่คัดเลือกแบ่งแยกคน คือสถานที่ส่งเสริมเด็กเก่ง (ซึ่งมีนิดเดียว) แล้วละเลยไม่สนใจเด็กส่วนใหญ่
  • การจะต่อสู้กับปัญหาเรื่องโลกาวิวัฒน์หรือทุนนิยมที่เข้ามา เราต้อง “มีใจเต็ม ไม่เป็นทาสของสิ่งใดๆ ไม่เรียกร้องแต่จะเอา พึ่งตนเองให้มากที่สุด เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด”
  • การอนุรักษ์ป่า คือการปล่อยให้ป่าเป็น “ป่า” คำว่า “ป่า” หมายถึง พื้นที่ที่ไม่มีมนุษย์ เราควรปล่อยให้สรรพสิ่งที่มีชีวิต ได้มีสิทธิมีโอกาสครอบครองใช้สอยพื้นที่เหล่านั้นเท่าเทียมกับมนุษย์

หมายเหตุ : กิจกรรม 20 YEARS 20 DAYS สืบ นาคะเสถียร ยังคงจัดที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร จนถึง 19 ก.ย. นี้ ดูรายละเอียดกิจกรรมที่นี่

(เพิ่มเติม) รูปบรรยากาศในงานดูได้ที่ เฟสบุ๊คของคุณ Apisak Thuleewan

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s