ย้ายค่ายเบอร์เดิม

old-mobile-sim

ปกตินิสัยเราจะเป็นคนที่ไม่ค่อยเปลี่ยนอะไรง่ายๆ เท่าไหร่ เพราะคิดว่าใช้พลังงานไปกับการตัดสินใจเลือกครั้งแรกเยอะแล้ว ก็จะใช้งานมันไปเรื่อยๆ ถ้ามันไม่แย่มาก หรือมีเหตุการณ์ที่บังคับให้ต้องเปลี่ยน (เป็นพวกมี brand loyalty สูงนั่นเอง 555)

สำหรับการใช้งานโทรศัพท์มือถือ เราก็เลือกใช้ค่าย Truemove มาโดยตลอด (เลือกมาตั้งแต่สมัย Orange ตอนเริ่มใช้มือถือช่วง ป.ตรี ปีสี่) แล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนค่ายไปไหนเลย ขนาดซิมการ์ดก็ยังไม่เปลี่ยน ใช้ซิมเติมเงินที่เป็นตรา Orange มาจนถึงทุกวันนี้

ในอดีต สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนทั่วไปไม่อยากย้ายค่ายมือถือ ก็คือเรื่องของ “การต้องเปลี่ยนไปใช้เบอร์ใหม่” กำแพงตรงนี้เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งเหมือนกันที่ทำให้แต่ละค่ายแข่งขันกันไม่เต็มที่เท่าไหร่ พอแข่งขันกันไม่เต็มที่ก็ทำให้คนใช้งานทั่วไปต้องใช้บริการ ราคา หรือคุณภาพสัญญาณที่ไม่ได้ดีเต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตาม ในที่สุดเมืองไทยบ้านเราก็เริ่มมีบริการ “ย้ายค่ายเบอร์เดิม” หรือ mobile number portability ให้ลูกค้าแต่ละค่ายสามารถย้ายค่ายไปมาโดยยังคงเบอร์เดิมไว้ได้ ตรงนี้เป็นสัญญาณที่ดีที่จะทำให้ค่ายมือถือแต่ละค่ายต้องแข่งขันพัฒนาตนเองกันให้มากขึ้น

การย้ายค่ายเบอร์เดิมของไทยในปัจจุบันนี้ (2556) ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นอยู่ มีข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้ไม่สามารถย้ายได้อย่างอิสระตามใจคิด เท่าที่ลองนึกดูก็พอจะมีดังนี้

  1. การเสียค่าธรรมเนียมในการใช้บริการย้ายค่ายเบอร์เดิม แต่เดิมจะต้องเสียเงิน 99 บาท ดีหน่อยที่ตอนนี้ลดลงมาที่ 29 บาท และช่วงนี้ที่จะมีเหตุการณ์การสิ้นสุดสัมปทานของคลื่น 1800 MHz (Truemove, GSM1800) ทำให้แต่ละค่าย (ทั้ง AIS, DTAC, TruemoveH) เสนอว่าย้ายได้ฟรี ถึง 30 ก.ย. 2556
  2. การติดสัญญากับค่ายเดิม หรือยังค้างไม่ได้จ่ายค่าบริการ โดยเฉพาะคนที่ใช้บริการรายเดือน ก็ต้องดูสัญญาเป็นรายๆ ไป
  3. การยังไม่ได้ลงทะเบียนซิม สำหรับคนที่ใช้บริการเติมเงิน ซึ่งต้องไปลงทะเบียนที่ศูนย์บริการของแต่ละค่ายก่อน ถึงจะย้ายค่ายได้ (อย่างไรก็ตาม เราสามารถโทรไปตรวจสอบที่ call center ก่อนได้ เพื่อถามได้ว่าเบอร์เติมเงินได้ลงทะเบียนรึยัง)
  4. การไม่สามารถโอนเงินและวันที่ค้างอยู่ในซิมเติมเงินไปค่ายใหม่ (แต่รู้สึกการย้ายจาก Truemove ไป TruemoveH จะทำได้นะ)
  5. ก่อนจะย้ายค่าย ต้องใช้งานที่ค่ายเดิมเป็นเวลามากกว่า 90 วัน (เพื่อป้องกันไม่ให้เปลี่ยนใจบ่อยเกินไปล่ะมั้ง)
  6. ระยะเวลาที่ต้องรอหลังจากได้แจ้งความต้องการจะย้ายค่ายแล้ว ตอนนี้ต้องรอประมาณ 3 วันทำการ (มีหลายประเทศที่ทำได้เร็วกว่านี้จนเราอิจฉา อย่างแคนาดาใช้เวลารอแค่ไม่กี่ชั่วโมง) ระยะเวลาที่ต้องรอคงไปตามความสามารถในการรองรับลูกค้าที่ต้องการย้ายค่ายของแต่ละค่ายมือถือ ตอนนี้ความสามารถสูงสุดคือ 60,000 เบอร์ต่อวันสำหรับผู้ให้บริการแต่ละค่าย
  7. การต้องเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ บางครั้งค่ายที่เราย้ายไปก็ใช้คลื่นความถี่แตกต่างจากค่ายเดิมที่เราเคยใช้ ก็ต้องเช็คกับค่ายใหม่ว่าโทรศัพท์ของเรารองรับคลื่นค่ายใหม่มั้ย ถ้าไม่รองรับก็ต้องเปลี่ยนโทรศัพท์

เราเองในที่สุดก็ต้องย้ายค่าย จริงๆ ไม่ใช่เพราะบริการไม่ดี แต่เป็นเพราะสัญญาสัมปทานของค่าย Truemove จะหมดอายุใน 15 กันยายน 2556 นี้แล้ว แม้ กสทช. จะมีมาตรการเยียวยาผู้ใช้งานทั่วไป ให้สามารถใช้ Truemove ได้ต่ออีก 1 ปีถึงปี 2557 แต่เราก็ไม่เห็นประโยชน์ของการอยู่ต่อ เพราะยังไง Truemove ก็คงไม่มีโปรโมชั่นดีๆ ออกมาอีกแล้ว ค่ายอื่นๆ (รวมไปถึง TruemoveH) ก็เสนอให้ย้ายค่ายฟรีในช่วงนี้ และมีโปรโมชั่นที่น่าสนใจอยู่เยอะ ก็เลยตัดสินใจรีบย้ายๆ ไปซะดีกว่า

ในฐานะที่เราใช้บริการเติมเงิน ค่ายใหม่ที่จะย้ายก็เลยเล็งที่เป็นเติมเงินเช่นเดียวกัน เราใช้มือถือแค่โทรกับส่ง SMS นานๆ ที เลยไม่สนใจโปรโมชั่นสำหรับ smartphone ที่เล่นอินเตอร์เน็ตได้ (ตอนนี้เราใช้ BlackBerry Curve 8520 ซึ่งใช้บริการได้แต่ 2G ในคลื่นย่าน GSM 850/900/1800/1900 MHz) โปรโมชั่นเดิมของ Truemove ที่ใช้มานานมากแล้วคือ “คุยสั้น 0.25 บาท นาทีแรก 0.25 บาท นาทีถัดไป 1.50 บาท ทุกเครือข่าย ตลอด 24 ชั่วโมง”

ต่อไปจะขอเล่าประสบการณ์ย้ายค่ายของเราสั้นๆ ให้ฟัง

  • โปรโมชั่นที่เล็งไว้คือ “โทรช่วง 5.00-17.00 น. นาทีละ 0.49 บาท นอกช่วงเวลา นาทีละ 0.99 บาท ทุกเครือข่าย (ไม่รวม VAT)” ซึ่งทั้ง 3 ค่ายคือ AIS, DTAC, TruemoveH มีโปรโมรชั่นนี้เหมือนกันหมดอย่างกับนัดกันไว้ :D ถึงแต่ละค่ายจะมีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันบ้าง เช่น ค่า SMS แต่ก็ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาของเรา
  • ค่ายแรกที่กะจะย้ายไปคือ AIS เพราะคิดว่าน่าจะมีบริการลูกค้าดีที่สุด (ตามที่น้องสาวเคยบอกไว้) ก็เลยติดต่อไปที่ศูนย์บริการตรงซอยสายลม ปรากฏว่าเราไม่สามารถใช้โปรโมชั่นนี้ได้!!! เจ้าหน้าที่อ้างว่า โปรนี้เป็นของ AIS 3G ซึ่งใช้คลื่น 2100 MHz แต่เครื่องโทรศัพท์เราไม่รองรับคลื่นนี้เลยย้ายไม่ได้ ถ้าจะย้ายมา AIS โดยไม่เปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ต้องไปใช้ AIS คลื่น 900 MHz ซึ่งมีแต่โปรโมชั่นที่ไม่ถูกใจเรา (มีแต่นาทีแรกแพงกว่า 1 บาท ตามประสาคนคุยสั้นไปหาทุกเครือข่ายอย่างเรา ไม่ถูกใจอย่างยิ่ง) เราสงสัยว่าถ้าเครื่องโทรศัพท์เรามันไม่รองรับ AIS 3G 2100 MHz  มันไม่โรมมิ่งไปใช้คลื่น 900 MHz รึไง เราคิดว่า AIS คงไม่กะลงทุนกับคลื่น 900 MHz ที่จะหมดสัมปทานในปี 2558 อีกแล้วล่ะมั้ง เลยไม่อยากให้โรมมิ่งไปเยอะๆ
  • ก็เหลือ 2 ค่ายคือ DTAC กับ TruemoveH เราลองถามศูนย์บริการที่มาบุญครองดูแล้ว ทั้ง 2 ค่ายยังเปิดให้โรมมิ่งกลับไปใช้ 1800 MHz ได้ทั้งคู่ (แต่คิดว่า TruemoveH คงใช้คลื่น 1800 MHz ได้อีกแค่ 1 ปี ตามมาตรการเยียวยาของ กสทช.) เราคิดว่าลองไปใช้บริการของ DTAC ดูบ้างดีกว่าว่าจะให้บริการลูกค้าดีกว่า Truemove มั้ย คลื่นก็น่าจะครอบคลุมในต่างจังหวัดมากกว่าด้วย อีกทั้งคลื่น 1800 MHz ของ DTAC ก็ยังใช้ได้อีกนานถึงปี 2561
  • เราไปทำเรื่องที่ศูนย์ให้บริการ DTAC วันเสาร์ เตรียมบัตรประชาชนหรือใบขับขี่ไป ไปถึงเค้าก็ถามว่าลงทะเบียนซิมเติมเงินรึยัง เราตรวจสอบจาก call center ของค่ายเดิม Truemove พบว่าลงทะเบียนแล้ว (ถาม call center เบอร์ Truemove ของคนอื่นก็ได้ เราลองถามของแม่เราที่ใช้ Trumemove เติมเงินเหมือนกัน พบว่ายังไม่ได้ลงทะเบียน ก็เลยพาแม่ไปลงทะเบียนที่ศูนย์บริการ Truemove เอาบัตรประชาชนหรือใบขับขี่ไปด้วย ลงทะเบียนแป๊บเดียว 1 นาทีเสร็จ)
  • พอกรอกเอกสารแจ้งความต้องการย้ายค่ายเสร็จ เค้าจะให้ซิมเติมเงินใหม่ของ DTAC มีเงินอยู่ข้างใน 15 บาทพร้อมวันใช้งาน 30 วัน อย่าเพิ่งเปลี่ยนซิม ใช้ของเดิมไปก่อน รอให้ได้ SMS แจ้งว่าย้ายได้ค่อยเปลี่ยนซิม เจ้าหน้าที่บอกว่า ใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการนับจากวันทำเรื่อง เมื่อถึงวันที่ย้ายได้ ทั้งซิมเก่าและซิมใหม่จะใช้งานไม่ได้ตอนตี 5 ถึง 7 โมงเช้า หลังจากนั้นซิมใหม่ก็จะใช้งานได้ ก็ให้เปลี่ยนซิมซะ
  • ผ่านไป 3 วันทำการ ถึงวันพฤหัสบดีถัดมา (วันจันทร์เป็นวันหยุดราชการ) ก่อนหน้านี้เราไม่ได้รับ SMS แจ้งการย้ายค่ายอะไรเลย เช้าวันพฤหัสประมาณ 6 โมงเช้า เราพบว่าซิม Truemove ไม่มีการให้บริการแล้ว ก็คิดในใจว่าสงสัยว่าจะเปลี่ยนซิมได้แล้ว (ทำไมไม่แจ้ง SMS มาบอกก่อนซะหน่อย เจอแบบนี้ตอนแรกตกใจหมด)
  • หลังจากเปลี่ยนซิมแล้ว เราก็ลองโทรเข้า รับสายจากค่ายมือถือต่างๆ พบว่ายังไม่สามารถใช้งานอย่างปกติได้หมดทุกค่าย ต้องรอประมาณ 11 โมง ถึงจะหมดปัญหาการโทรออกรับสายของทุกเครือข่าย เพียงเท่านี้ก็ถือว่าการย้ายค่ายเบอร์เดิมสำเร็จ เราลองดูสัญลักษณ์ในหน้าจอ BlackBerry มีสามเหลี่ยมสีแดงขึ้นตลอดเวลา แสดงว่าตอนนี้โรมมิ่งไป 1800 MHz ซินะ

ตอนนี้คงมาดูกันว่าค่ายใหม่ที่เราใช้มันจะโอเคมั้ย ถ้าไม่ถูกใจก็คงต้องรออีก 90 วันแล้วตัดสินใจอีกที ไม่แน่ว่าตอนนั้นอาจจะเปลี่ยนมือถือเครืองใหม่ที่รองรับ 3G ได้ (ทั้ง 850 และ 2100 MHz) ก็คงจะทำให้ข้อจำกัดเรื่องเครื่องมือถือไม่รองรับคลื่นหายไป ย้ายไปค่ายไหนก็ได้ง่ายกว่านี้ ;)

ป.ล. โพสนี้เขียนขึ้นเพราะเห็นว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รับรู้ถึงสิทธิในการย้ายค่ายเบอร์เดิมมากนัก กสทช. คงต้องประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้ผู้บริโภคได้เข้าใจมากขึ้นกว่านี้ (โดยเฉพาะคนในต่างจังหวัด และคนที่ไม่ได้เล่นอินเตอร์เน็ต) เมื่อชาวบ้านเข้าใจกระบวนการย้ายค่าย รับรู้ว่าสามารถย้ายค่ายเบอร์เดิมได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อน และเสียค่าใช้จ่ายน้อยลงกว่าเมื่อก่อน ก็จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ให้บริการแต่ละค่ายแข่งกันที่คุณภาพ บริการ และราคามากขึ้นกว่านี้ ซึ่งผลประโยชน์ก็จะกลับมาที่ผู้บริโภคอย่างเราต่อไปนี่แหละ

About these ads

There are no comments on this post.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: